-
-
เขาบอกให้เราคูณ 1.45 คูณสิบ
-
กำลัง 8 คูณ 9.2 คูณสิบกำลังลบ 12 คูณ
-
3.01 คูณสิบกำลังลบ 5
-
และแสดงผลคูณเป็นทศนิยมและสัญกรณ์
-
วิทยาศาสตร์
-
นี่ก็คือ 1.45 คูณสิบยกกำลัง 8 คูณ --
-
และผมเขียนวงเล็บเหมือนเดิมแบบนี้ก็ได้
-
แต่ผมเขียนมันเป็นการคูณต่อ --
-
คูณ 9.2 คูณสิบกำลังลบ 12
-
แล้วก็คูณ 3.01 คูณสิบกำลังลบ 5
-
ทั้งหมดนี้ เวลาผมเขียนวงเล็บคูณกับ
-
ตัวต่อไป ผมจะคูณ
-
พจน์นี้กับพจน์นี้
-
คูณพจน์นี้
-
และเนื่องจากทุกอย่างเกี่ยวกับการคูณ
-
มันจึงไม่สำคัญว่าผมจะคูณลำดับยังไง
-
เมื่อคิดได้อย่างนั้น ผมก็สลับลำดับตรงนี้ได้
-
มันจะเท่ากับ 1.45 -- มัน
-
อยู่ตรงนี้ -- คูณ 9.2 คูณ 3.01 คูณ
-
สิบกำลัง 8 -- ขอผมทำ
-
ด้วยสีม่วงนะ -- คูณสิบกำลัง 8 คูณ 10
-
กำลังลบ 12 คูณสิบกำลังลบ 5
-
-
และมันมีประโยชน์เพราะตอนนี้เรามี
-
เลขยกกำลังฐานสิบทั้งหมดตรงนี้
-
ผมใส่วงเล็บรอบมันได้
-
และผมมีพจน์ที่ไม่ใช่เลขยกกำลังฐานสิบตรงนี้
-
ผมก็ทำให้ง่ายลงได้
-
ถ้าผมมีฐาน 10 เหมือนกันตรงนี้
-
ผมก็บวกเลขชี้กำลังได้
-
นี่ก็คือสิบยกกำลัง 8 ลบ 12 ลบ 5
-
-
แล้วทั้งหมดนี้ทางซ้ายมือ --
-
ขอผมเอาเครื่องคิดเลขออกมานะ -- ผมมี 1.45
-
คุณคิดเองก็ได้ แต่มันเร็วกว่า
-
และผิดพลาดน้อยกว่า -- คูณ 9.2
-
คูณ 3.01 ซึ่งเท่ากับ 40.1534
-
มันจึงเท่ากับ 40.1534
-
และแน่นอน มันจะต้องคูณด้วยสิบ
-
กำลังอันนี้
-
แล้วถ้าเราเขียนเลขชี้กำลังให้ง่ายลง
-
คุณจะได้ 40.1534 คูณสิบกำลัง 8 ลบ 12
-
ได้ ลบ 4, ลบ 5 เป็นลบ 9
-
สิบยกกำลังลบ 9
-
ทีนี้ คุณอาจบอกว่ามันอยู่ในรูป
-
สัญกรณ์วิทยาศาสตร์แล้วเพราะ
ฉันมีจำนวนตรงนี้
-
คูณเลขยกกำลังฐานสิบ
-
แต่ที่จริงยังไม่ใช่
-
ถ้าจะให้อยู่ใน
-
รูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์ จำนวนนี่ตรงนี้
-
ต้องมากกว่าเท่ากับ 1 และน้อยกว่า 10
-
และแน่นอน จำนวนนี้ไม่น้อยกว่า 10
-
เพื่อให้เป็นสัญกรณ์วิทยาศาสตร์
-
คุณต้องได้เลขหนึ่งหลักที่ไม่ใช่ศูนย์ตรงนี้
-
แล้วก็จุดทศนิยม แล้วก็
-
เลขทุกอย่างที่เหลือ
-
ตรงนี้ -- คุณอยากได้เลขหนึ่งหลักที่ไม่ใช่ศูนย์
-
ตรงนี้
-
เห็นได้ชัดว่าเรามีเลขสองหลัก
-
นี่มากกว่า 10 -- มันมากกว่าหรือเท่ากับ 10
-
คุณอยากได้เลขนี้น้อยกว่า 10
-
และมากกว่าเท่ากับ 1
-
วิธีทำที่ดีที่สุดคือเขียนสิ่งนี้
-
ตรงนี้เป็นสัญกรณ์วิทยาศาสตร์
-
มันเท่ากับ 4.01534 คูณสิบ
-
และวิธีคิดจาก 40 ไป 4
-
เราต้องย้ายทศนิยมไปทางซ้าย
-
เมื่อเลื่อนทศนิยมไปทางซ้ายจาก 40 ถึง 4
-
คุณจะหารด้วย 10
-
คุณจึงต้องคูณด้วย 10 เพื่อให้มันเท่าเดิม
-
หารด้วย 10 แล้วคูณด้วย 10
-
หรือวิธีเขียนอีกอย่าง หรือวิธีคิดอีกอย่าง
-
คือ 4.0 กับทั้งหมดนี้คูณ 10 จะเท่ากับ 40.1534
-
คุณจึงจะได้ 4 -- ทั้งหมดนี้คูณสิบ
-
ยกกำลัง 1 มันเท่ากับ 10 -- คูณ
-
อันนี้ -- คูณสิบยกกำลังลบ 9
-
แล้วเหมือนเดิม เลขยกกำลังฐานสิบ
-
มันก็คือสิบยกกำลัง 1 คูณสิบยกกำลังลบ 9
-
จะเท่ากับสิบยกกำลังลบ 8
-
และเรายังคงมี 4.01534 คูณสิบกำลังลบ 8 นี้อยู่
-
ตอนนี้เราเขียนมันเป็น
สัญกรณ์วิทยาศาสตร์แล้ว
-
ทีนี้ เขาอยากให้เราแสดงมัน
-
ทั้งในรูปทศนิยมและสัญกรณ์วิทยาศาสตร์
-
เวลาเขาบอกให้เราเขียนในรูปทศนิยม
-
เขากำลังบอกว่าให้คูณออกมา กระจายพจน์นี้
-
นั่นเอง
-
และวิธีคิดก็คือ -- เขียนเลขออกมา
-
ผมมี 4, 0, 1, 5, 3, 4
-
และถ้าผมดูเลขนี้
-
ผมก็เริ่มด้วยทศนิยมตรงนี้
-
ทุกครั้งที่ผมหารด้วย 10 หรือถ้าผมคูณด้วย 10
-
กำลังลบ 1 ผมจะเลื่อนไปทางซ้ายหนึ่งช่อง
-
สิบกำลังลบ 1 -- ถ้าผมคูณด้วยสิบ
-
กำลังลบ 1, มันก็เหมือนกับการหารด้วย 10
-
ผมก็เลื่อนทศนิยมไปทางซ้ายหนึ่งตำแหน่ง
-
ตรงนี้ผมคูณด้วยสิบกำลังลบ 8
-
หรือจะบอกว่า ผมกำลังหารด้วยสิบกำลัง 8 ก็ได้
-
ผมอยากเลื่อนทศนิยมไปทางซ้าย 8
-
ครั้ง
-
อะ เลื่อนทศนิยมไปทางซ้าย 8 ครั้ง
-
วิธีจำอย่างหนึ่งคือว่า -- ดูสิ
-
เลขนี้เป็นจำนวนน้อยมาก ๆๆๆ
-
ถ้าฉันคูณมัน ฉันควรได้จำนวนที่น้อยลง
-
ฉันก็ควรเลื่อนจุดทศนิยมไปทางซ้าย
-
ถ้านี่คือบวก 8 แล้ว
-
มันต้องเป็นจำนวนใหญ่มาก
-
แล้วถ้าฉันคูณด้วยเลขยกกำลังสิบใหญ่ๆ
-
ฉันจะเลื่อนทศนิยมไปทางขวา
-
ดังนั้นพจน์ทั้งหมดนี้ควร
-
มีค่าน้อยกว่า 4.01534
-
ผมจึงเลื่อนจุดทศนิยมแปดครั้งไปทางซ้าย
-
ผมเลื่อนมันหนึ่งครั้งไปทางซ้าย
ได้เลขตรงนี้มา
-
แล้วก็อีก 7 ครั้ง ผมก็เพิ่ม 0 เข้าไป
-
1, 2, 3, 4, 5, 6, 7 ตัว
-
และผมจะใส่ 0 หน้าทศนิยมตรงนี้เพื่อให้ชัดเจน
-
ตอนนี้ผมสังเกตว่า ถ้าผมนับเลขนี่ตรงนี้ด้วย
-
ผมจะได้ 8 หลักพอดี
-
-
ผมมีศูนย์ 7 ตัวแล้วก็เลขนี้นับเป็น 8
-
ย้ำอีกครั้ง 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8
-
วิธีคิดที่ดีที่สุดคือว่า
-
ผมเริ่มด้วยทศนิยมตรงนี้
-
ผมเลื่อน 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7,
-
8 ครั้ง
-
ก็่คือสิ่งที่การคูณด้วยสิบกำลังลบ 8 ทำกับเรา
-
และผมได้จำนวนนี่ตรงนี้
-
และเมื่อคุณเห็นจำนวนแบบนี้
-
คุณก็เริ่มซาบซึ้งแล้วว่า
ทำไมเราต้องเขียนสิ่งต่างๆ
-
ใหม่ในรูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์
-
มันง่ายกว่า -- มันใช้ที่น้อยกว่าเวลาเขียน
-
และคุณรู้ได้คร่าวๆ ว่าจำนวนนี้มากน้อยแค่ไหน
-
อันนี้เขียนยากกว่ามาก
-
คุณอาจลืม 0 ตอนคุณ
-
เขียน หรือเผลอเพิ่ม 0 ก็ได้
-
และทีนี้ เราก็ต้องมานั่งนับ 0 เพื่อหา
-
ค่า -- หรือประมาณว่าจำนวนนี้
-
มากแค่ไหน
-
มันคือศูนย์ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7 ตัวแล้ว
-
คูณมีเลขนี้ตรงนี้
-
นั่นคือจุดที่เราได้ 8
-
แต่มันเป็นเลขที่ดูซับซ้อนกว่ามากๆ
-
เทียบกับเลขในสัญกรณ์วิทยาศาสตร์
-