ทำไมพวกเราถึงต้องปฐมพยาบาลอารมณ์
-
0:03 - 0:07ผมเติบโตมากับคู่แฝดเหมือนของผม
-
0:07 - 0:10ซึ่งเป็นพี่ชายที่ผมรักมาก
-
0:10 - 0:14การที่คุณมีคู่แฝด จะทำให้คุณเชี่ยวชาญ
-
0:14 - 0:17ว่า มีการลำเอียงเกิดขึ้นเมื่อไหร่
-
0:17 - 0:22เช่น ถ้าคู่แฝดผมได้คุ้กกี้ที่
ใหญ่กว่าผมนิดนึง ผมก็จะมีคำถาม -
0:22 - 0:27ทั้งที่จริงๆ ผมก็ไม่ได้หิวอะไรนัก
-
0:27 - 0:29(เสียงหัวเราะ)
-
0:29 - 0:34เมื่อผมได้เป็นนักจิตวิทยา
ผมได้เห็นความลำเอียงในรูปแบบต่างออกไป -
0:34 - 0:40นั่นคือ เราให้ความสำคัญกับร่างกายเรา
มากกว่าจิตใจของเราเท่าไหร่ -
0:40 - 0:46ผมใช้เวลา 9 ปีในมหาวิทยาลัย
เพื่อที่จะได้ปริญญาเอกด้านจิตวิทยา -
0:46 - 0:51ผมบอกคุณไม่ได้หรอกว่ามีกี่คน
ที่ดูนามบัตรของผมแล้วเอ่ยว่า -
0:51 - 0:55"อ่อ นักจิตวิทยา....
ไม่ใช่หมอจริง ๆ นี่" -
0:55 - 0:59เหมือนกับที่เขียนบนนามบัตรผมหละ
(นามบัตรเขียน : นักจิตวิทยา ไม่ใช่หมอ) -
0:59 - 1:03(เสียงหัวเราะ)
-
1:03 - 1:09ผมเห็นความลำเอียงที่เราให้กับร่างกาย
มากกว่าจิตใจ ทุกที่เลยละ -
1:10 - 1:11ผมเพิ่งไปแวะบ้านเพื่อนมา
-
1:11 - 1:14และ ลูกห้าขวบของเขา
กำลังจะไปนอน -
1:14 - 1:18ลูกเขากำลังยืนบนม้านั่งหน้าอ่างล้างมือ
แปรงฟันอยู่ -
1:18 - 1:22ตอนที่เขาตก แล้วขาของเขาถลอก
กับม้านั่งที่เขาตกลงมา -
1:22 - 1:24เขาร้องไห้ประมาณนาทีนึง
แต่ก็กลับมายืนใหม่ -
1:24 - 1:32บนม้านั่ง และยื่นมือไปหากล่องพยาบาลเพื่อ
เอาพลาสเตอร์มาปิดแผล -
1:32 - 1:35เด็กคนนี้ผูกเชือกรองเท้าเองแทบจะยังไม่ได้
-
1:35 - 1:40แต่เขารู้ว่าต้องปิดแผล
เพื่อไม่ให้ติดเชื้อ -
1:40 - 1:43และ รู้ด้วยว่าคุณต้องแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง
เพื่อรักษาฟันของตัวเอง -
1:43 - 1:46พวกเราทุกคนรู้ว่าควรดูแลร่างกายเราอย่างไร
-
1:46 - 1:49เช่น จะดูแลรักษาฟันตัวเองอย่างไร ใช่ไหม?
-
1:49 - 1:53เรารู้เรื่องนี้ตั้งแต่เราห้าขวบเลยด้วยซ้ำ
-
1:53 - 1:58แต่ เรารู้หรือปล่าวว่าเราจะดูแล
สุขภาพจิตของเราอย่างไร? -
1:58 - 2:00เราไม่รู้เลย
-
2:00 - 2:04แล้วเราสอนอะไรเด็ก ๆ บ้าง
ให้ดูแลสุขอนามัยทางอารมณ์? -
2:05 - 2:06ไม่มีเลย
-
2:07 - 2:11ทำไมเราใช้เวลาดูแลฟันของเรา
-
2:11 - 2:14มากกว่าเวลาดูแลจิตใจเราละ?
-
2:14 - 2:19ทำไมสุขภาพของร่างกายถึงสำคัญกว่า
-
2:19 - 2:21สุขภาพจิตของเราอย่างมากล่ะ?
-
2:21 - 2:27คุณรู้ไหม? ..เราปล่อยแผลทางจิตใจเรา
ทิ้งไว้บ่อยกว่าแผลของร่างกายเรา -
2:27 - 2:31แผล เช่น ความผิดพลาด
การโดนปฏิเสธ หรือ ความเหงา -
2:31 - 2:34และ แผลเหล่านี้ยิ่งร้ายแรง
ถ้าเราทิ้งไว้อย่างนั้น -
2:34 - 2:37และ อาจมีผลกระทบอย่างมาก
กับชีวิตเรา -
2:37 - 2:41ถึงแม้จะมีวิธีที่มีการยืนยันทาง
วิทยาศาสตร์มากมาย -
2:41 - 2:46ที่ช่วยรักษาแผลทางจิตใจเหล่านี้ได้
-
2:46 - 2:47แต่เราก็ไม่ใช้มัน
-
2:47 - 2:50เราไม่เคยรักษาจิตใจตัวเอง
อย่างที่ควร -
2:50 - 2:55"โอ้ คุณรู้สึกเศร้ามาใช่ไหม?
เอามันออกไปสิ มันแค่อยู่ในหัวคุณนั่นแหละ" -
2:55 - 2:58คุณลองจินตนาการสิครับ ถ้ามีคนขาหักเข้ามา
-
2:58 - 3:01"โอ้ แค่เดินให้มันออกไปสิ
มันแค่อยู่บนขาคุณนั่นแหละ" -
3:01 - 3:03(เสียงหัวเราะ)
-
3:03 - 3:09ถึงเวลาแล้วที่เราความลำเอียงระหว่าง
ร่างกาย กับ จิตใจของเรา -
3:09 - 3:12ถึงเวลาแล้วที่เราควรให้ความสำคัญเท่ากัน
-
3:12 - 3:15เหมือนคู่แฝด
-
3:15 - 3:19นอกจากนั้น
คู่แฝดของผมก็เป็นนักจิตวิทยาเหมือนกัน -
3:19 - 3:22เขาก็ไม่ใช่หมอจริง ๆ เหมือนกัน
-
3:22 - 3:24(เสียงหัวเราะ)
-
3:24 - 3:26แต่เราไม่ได้เรียนด้วยกันนะครับ
-
3:26 - 3:30ที่จริงแล้วสิ่งที่ยากที่สุด
ที่ผมเคยทำมาในชีวิต -
3:30 - 3:33คือการย้ายข้ามฝั่งแอตแลนติก
เพื่อมานิวยอร์ค -
3:33 - 3:36เพื่อจะได้ปริญญาเอกด้านจิตวิทยา
-
3:36 - 3:39เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เราถูกแยกออกจากกัน
-
3:39 - 3:42ตอนแยกจากกัน เราทั้งคู่รู้สึกแย่มาก
-
3:42 - 3:45แต่ในขณะที่เขาอยู่กับครอบครัวและเพื่อน
-
3:45 - 3:49ผมอยู่คนเดียวในประเทศใหม่
-
3:49 - 3:50เราคิดถึงกันมากๆ
-
3:50 - 3:53แต่ในตอนนั้นโทรศัพท์ข้ามประเทศ
แพงเหลือเกิน -
3:53 - 3:58และเงินที่เรามี ก็ใช้คุยกันได้แค่
5 นาทีต่อสัปดาห์ -
3:58 - 4:00ช่วงที่วันเกิดของเราใกล้เข้ามา
-
4:00 - 4:03เป็นครั้งแรกที่เราไม่ได้ใช้เวลาร่วมกัน
-
4:03 - 4:06อาทิตย์นั้น เราวางแผนจะใช้เงินเยอะเกินตัว
เราจะคุยกัน 10 นาที -
4:07 - 4:11ผมเดินวนไปมารอบห้อง รอเขาโทรมา
-
4:11 - 4:18รอแล้วรออีก แต่โทรศัพท์ก็ไม่ดังสักที
-
4:18 - 4:20คงเป็นเรื่องเวลาที่ต่างกัน ผมคิด
-
4:20 - 4:23"โอเค เขาอาจจะอยู่กับเพื่อน
เขาคงโทรมาทีหลังละ" -
4:23 - 4:25แต่ก็ไม่มีโทรศัพท์มาเลย
-
4:25 - 4:27เขาไม่ได้โทรมา
-
4:27 - 4:32แล้วผมก็เริ่มคิดว่าหลังจากที่
เราห่างกันมา 10 เดือน -
4:32 - 4:36เขาไม่ได้คิดถึงผมแล้วเหมือนที่ผมคิดถึงเขา
-
4:36 - 4:38ผมคิดว่าเขาจะโทรมาตอนเช้า
-
4:38 - 4:45แต่ คืนนั้นเป็นคืนที่เศร้า และ
ยาวนานที่สุดในชีวิตของผม -
4:45 - 4:47ผมตื่นขึ้นมาเช้าวันถัดมา
-
4:47 - 4:51ผมมองไปที่โทรศัพท์ แล้วเพิ่งรู้ว่าตัวว่าผม
เผลอไปเตะให้สายมันหลุด -
4:51 - 4:55ตอนที่เดินไปเดินมาวันก่อน
-
4:55 - 4:56ผมรีบลุกจากเตียง
-
4:56 - 5:00วางหูโทรศัพท์กลับไปที่เครื่อง
แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังทันที -
5:00 - 5:04เป็นคู่แฝดผมอยู่ในสาย
เขาโกรธมาก -
5:04 - 5:06(เสียงหัวเราะ)
-
5:06 - 5:09มันก็เป็นคืนที่เศร้าและยาวนานที่สุด
ของเขาเช่นกัน -
5:09 - 5:12ผมพยายามอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาพูดว่า
-
5:12 - 5:15"เราไม่เข้าใจว่า
ถ้านายเห็นว่าเราไม่โทรหา -
5:15 - 5:19แล้วทำไมนายไม่โทรมาหาเราละ?"
-
5:19 - 5:24เขาพูดถูกนะ ทำไมผมไม่โทรหาเขา?
-
5:24 - 5:27วันนั้นผมไม่มีคำตอบ
แต่วันนี้ผมได้คำตอบแล้ว -
5:27 - 5:32คำตอบสั้นๆคำเดียวคือ : ความเหงา
-
5:32 - 5:36ความเหงาทำให้เกิดบาดแผลลึกทางจิตใจ
-
5:36 - 5:40เปลี่ยนแปลงการรับรู้ของเรา
ปั่นความคิดของเราปนกันไปหมด -
5:40 - 5:46ให้เราเชื่อว่าคนรอบตัวใส่ใจเรา
น้อยกว่าความเป็นจริง -
5:46 - 5:48ทำให้เรากลัวที่จะเข้าหาพวกเขา
-
5:48 - 5:52เพราะฉะนั้นทำให้คุณเจอแต่
การปฏิเสธและเรื่องปวดใจ -
5:52 - 5:56ในขณะที่ใจของคุณก็เจ็บปวดเกินทนอยู่แล้ว?
-
5:56 - 6:00ผมถูกความเหงาครอบงำไปในตอนนั้น
-
6:00 - 6:04แต่ถ้า ผมอยู่รายล้อมไปด้วยผู้คนทั้งวัน
มันก็คงไม่เกิดขึ้นกับผม -
6:04 - 6:09แต่ความเหงาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วแต่บุคคล
-
6:09 - 6:12มันขึ้นอยู่กับความรู้สึกของคุณเองว่า
-
6:12 - 6:15คุณถูกตัดขาดทางอารมณ์และ
สังคมจากคนรอบข้างคุณหรือไม่? -
6:15 - 6:17ซึ่งใช่สำหรับผมตอนนั้น
-
6:17 - 6:23มีงานวิจัยหลายชิ้นเกี่ยวกับความเหงา
และทุกชิ้นล้วนน่ากลัว -
6:23 - 6:28ความเหงาไม่ได้ทำให้คุณเป็นทุกข์นะ
มันจะฆ่าคุณเลยละ -
6:28 - 6:29ผมไม่ได้พูดเล่นนะ
-
6:29 - 6:33ภาวะเหงาเรื้อรังจะเพิ่ม
โอกาสของการตายก่อนวัยอันควร -
6:33 - 6:37ถึง 14 เปอร์เซนต์
-
6:37 - 6:41ความเหงา ทำให้ความดันโลหิตสูง
คลอเรสเตอรอลสูง -
6:41 - 6:45ซ้ำยังไปกดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
-
6:45 - 6:49ทำให้คุณอ่อนแอต่อความเจ็บป่วยและโรคภัย
-
6:49 - 6:52นักวิทยาศาสตร์ได้ข้อสรุปว่า
-
6:52 - 6:56การเหงาต่อเนื่องเป็นภัยต่อสุขภาพระยะยาว
-
6:56 - 7:00ไม่ต่างกับการสูบบุหรี่
-
7:00 - 7:05ปัจจุบันข้างซองบุหรี่จะเขียนว่า
"บุหรี่อาจฆ่าคุณได้" -
7:05 - 7:07แต่ ความเหงาไม่มีการเตือนทั้งสิ้น
-
7:07 - 7:12และนั่นเป็นสิ่งที่สำคัญว่า
ทำไมเราถึงให้ความสำคัญกับสุขภาพร่างกาย -
7:12 - 7:15มากกว่าสุขภาพทางจิตใจของเรา
-
7:15 - 7:18เพราะคุณไม่สามารถจะรักษาแผลทางใจได้
-
7:18 - 7:22ถ้าคุณไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังมีแผลอยู่
(อย่าลืมสำรวจความเจ็บป่วยทางจิตใจ) -
7:22 - 7:25ความเหงาไม่ใช่แผลทางจิตใจ
เพียงประเภทเดียว -
7:25 - 7:28ที่เปลี่ยนการรับรู้และทำให้เราไขว้เขว
-
7:28 - 7:32ความล้มเหลวก็เช่นกัน
-
7:32 - 7:34ครั้งหนึ่ง ผมไปสถานเลี้ยงเด็กภาคกลางวัน
-
7:34 - 7:39ผมเห็นเด็กตัวเล็กๆสามคน
กำลังเล่นของเล่นที่เหมือนกัน 3 ชิ้น -
7:39 - 7:44ถ้าคุณเลื่อนปุ่มสีแดง
จะมีหมาน่ารักโผล่ออกมา -
7:44 - 7:49เด็กผู้หญิงคนนึงพยายามจะดึงปุ่มสีม่วง
และก็ดันมันเข้าไป -
7:49 - 7:53และ เธอก็นั่งเอนหลัง มองที่กล่อง
ด้วยริมฝีปากสั่น -
7:53 - 7:56เด็กชายข้างๆเธอเห็นเหตุการณ์
-
7:56 - 8:01แล้วกลับมาที่กล่องตัวเอง แล้วก็ร้องไห้ใหญ่
ทั้งๆที่ยังไม่ได้แตะอะไรเลย -
8:01 - 8:05ขณะเดียวกัน เด็กหญิงอีกคนกำลังพยายามทุกทาง
-
8:05 - 8:06จนกระทั่งเธอเลื่อนปุ่มสีแดง
-
8:06 - 8:11หมาที่น่ารักก็ออกมา
และ เธอก็ร้องด้วยความยินดี! -
8:11 - 8:14เพราะฉะนั้นถึงแม้เด็กทั้งสามจะเล่น
ของเล่นที่เหมือนกัน -
8:14 - 8:18แต่กลับมีปฏิกิริยาต่างกันต่อความล้มเหลว
-
8:18 - 8:22สองคนแรกมีความสามารถจะเลื่อนปุ่มสีแดง
อยู่แล้วแหละครับ -
8:22 - 8:26มีอย่างเดียวเท่านั้นละครับที่หยุดไม่ให้
เขาประสบความสำเร็จ -
8:26 - 8:30นั่นก็คือว่าจิตใจของพวกเขาตกหลุมพราง
ว่าพวกเขาทำไม่ได้ -
8:30 - 8:34ผู้ใหญ่เองก็ตกหลุมนี้เหมือนกันตลอดเวลา
-
8:34 - 8:40ซึ่งแท้จริงแล้ว พวกเรามีความรู้สึกพื้นฐาน
และความเชื่อที่พร้อมจะผุดขึ้นมา -
8:40 - 8:44เมื่อเราเผชิญความผิดหวังและย่อท้อ
-
8:44 - 8:47คุณรู้สึกตัวไหมว่าคุณตอบสนองกับ
ความล้มเหลวอย่างไร? -
8:47 - 8:48คุณจำเป็นต้องรู้สึกนะครับ
-
8:48 - 8:52เพราะถ้าจิตใจของคุณพยายามกล่อมว่า
คุณไม่สามารถทำอะไรบางอย่างได้ -
8:52 - 8:54และ คุณเชื่อมัน
-
8:54 - 8:57คุณก็จะเหมือนเด็กสองคน
คุณจะรู้สึกทำอะไรไม่ได้เลย -
8:57 - 9:01และ คุณก็จะหยุดพยายาม
หรือหนักกว่านั้นก็คือไม่พยายามแต่แรก -
9:01 - 9:04จากนั้นคุณจะยิ่งเชื่อว่า
คุณประสบความสำเร็จไม่ได้ -
9:04 - 9:09คุณเห็นไหม ว่าทำไมหลายคนถึงทำงานได้
ต่ำกว่าความสามารถที่แท้จริงของเขา -
9:09 - 9:12เพราะ เมื่อทุกอย่างผ่านไป
บางที แค่ความล้มเหลวอันใดอันหนึ่ง -
9:12 - 9:16ก็สามารถทำให้เขาเชื่อว่าเขาไม่สามารถ
ประสบความสำเร็จและเชื่ออย่างนั้น -
9:16 - 9:22เมื่อเราเชื่อไปแล้วว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งยาก
มันก็ยากที่จะเปลี่ยนความคิดคืน -
9:22 - 9:26ผมเรียนรู้บทเรียนบนความยากลำบาก
ช่วงที่ผมเป็นวัยรุ่นกับคู่แฝดของผม -
9:26 - 9:29เราขับรถกับเพื่อนบนถนนที่มืดตอนกลางคืน
-
9:29 - 9:31ตอนนั้นตำรวจหยุดรถของเรา
-
9:31 - 9:34เพิ่งมีการปล้นในย่านนั้น
และ เขากำลังตามหาผู้ต้องสงสัย -
9:34 - 9:38เจ้าหน้าเข้ามาที่รถของเราและ
เขาก็เอาไฟฉายส่องมาที่คนขับ -
9:38 - 9:43แล้วก็เลื่อนมาที่พี่ชายของผมด้านหน้า
แล้วก็มาที่ผม -
9:43 - 9:45ทันใดนั้นตาเขาก็โต และพูดว่า
-
9:45 - 9:47"ผมเคยเห็นคุณที่ไหนมาก่อนนะ?"
-
9:47 - 9:49(เสียงหัวเราะ)
-
9:51 - 9:54ผมก็ตอบว่า "ก็พี่ชายที่นั่งเบาะหน้าไงครับ"
-
9:54 - 9:56(เสียงหัวเราะ)
-
9:56 - 9:59แต่ คำพูดนั้นเหมือนว่าไม่สมเหตุสมผลกับเขา
-
9:59 - 10:01เขาเลยคิดว่าผมกำลังเมายาอยู่
-
10:01 - 10:02(เสียงหัวเราะ)
-
10:02 - 10:05เขาลากผมออกมาจากรถ
แล้วก็ค้นตัวผม -
10:05 - 10:07พาผมเดินไปยังรถตำรวจ
-
10:07 - 10:10แล้ว ตอนที่เขาตรวจเสร็จแล้ว
ว่าผมไม่ได้ทำอะไรผิด -
10:10 - 10:14ผมถึงมีโอกาสบอกเขาว่าผมมี
คู่แฝดนั่งหน้ามาด้วย -
10:14 - 10:18แต่ ถ้าแม้ตอนเรากำลังขับออกไป
คุณก็จะเห็นใบหน้าของเขาว่า -
10:18 - 10:23เขายังคงเชื่อว่าผมซ่อนสิ่งของบางอย่างไว้
-
10:23 - 10:27ความคิดของเรายากที่จะเปลี่ยน
เมื่อเราเชื่อไปแล้ว -
10:27 - 10:31ดังนั้นเป็นธรรมชาติที่คุณอาจรู้สึก
เสียขวัญ พ่ายแพ้ เมื่อคุณล้มเหลว -
10:31 - 10:36แต่คุณต้องไม่ปล่อยให้ตัวเองยอมรับว่า
คุณไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ -
10:36 - 10:39คุณจะต้องสู้กับความรู้สึกเหล่านั้น
-
10:39 - 10:42แล้วกลับมาควบคุมตัวเอง
ให้อยู่เหนือเหตุการณ์ -
10:42 - 10:47และ คุณจะต้องหยุดวงจรความรู้สึกลบ
เหล่านี้ก่อนที่มันจะเริ่มต้น -
10:48 - 10:51ความคิดและจิตใจของเรา
-
10:51 - 10:54ไม่ใช่เพื่อนที่ไว้ใจได้อย่างที่เราคิด
-
10:54 - 10:56มันเหมือนเพื่อนที่อารมณ์แปรปรวน
-
10:56 - 11:02ซึ่งอาจจะช่วยเหลือเราในนาทีแรก
แล้วก็เปลี่ยนเป็นเลวร้ายในนาทีให้หลัง -
11:02 - 11:04ผมเคยทำงานกับผู้หญิงคนนึง
-
11:04 - 11:08ที่แต่งงานกว่า 20 ปี
แล้วเพิ่งหย่าด้วยสภาวะที่แย่มาก -
11:08 - 11:10จนที่สุดก็พร้อมที่จะมีเดทครั้งแรก
-
11:10 - 11:15เธอเจอผู้ชายคนนึงผ่านออนไลน์ และ
เขาก็ดูดี ประสบความสำเร็จ -
11:15 - 11:19และที่สำคัญ เขาดูชอบเธอมาก
-
11:19 - 11:22เธอเลยตื่นเต้นมาก
เธอไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ -
11:22 - 11:26พวกเขาก็นัดพบกันที่
บาร์หรูแห่งหนึ่งในนิวยอร์ค -
11:26 - 11:29สิบนาทีหลังจากพบกัน
ผู้ชายกลับยืนขึ้นแล้วบอกว่า -
11:29 - 11:33"ผมไม่สนใจ" แล้วก็เดินหนีไป
-
11:33 - 11:38การปฏิเสธนั้นเจ็บปวดมาก
-
11:38 - 11:42ผู้หญิงคนนั้นเจ็บปวดมาก เธอไปไหนไม่ได้
เธอทำได้แค่โทรหาเพื่อน -
11:42 - 11:47นี่คือที่เพื่อนบอก:
"แล้ว เธอคาดหวังอะไรละ? -
11:47 - 11:50เธอมีสะโพกที่ใหญ่
เธอไม่มีอะไรที่น่าสนใจให้พูดถึง -
11:50 - 11:53แล้วทำไมผู้ชายหล่อ ประสบความสำเร็จ จะมา
-
11:53 - 11:57ออกเดทกับคนขี้แพ้แบบเธอละ?"
-
11:57 - 12:00น่าตกใจครับ
เพื่อนช่างโหดร้ายขนาดนี้เชียว? -
12:00 - 12:03แต่คุณจะบอกว่ามันไม่ได้น่าตกใจเท่าไหร่
-
12:03 - 12:06ถ้าผมบอกคุณว่า คนที่พูดนั้นไม่ใช่เพื่อน
-
12:06 - 12:09แต่เป็นสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นพูดกับตัวเอง
-
12:09 - 12:13และ นั่นเป็นบางอย่างที่เราทำ
โดยเฉพาะหลังจากถูกปฏิเสธ -
12:13 - 12:17เราจะเริ่มคิดถึง จุดที่เราทำผิด
ข้อเสียของเรา -
12:17 - 12:19เราน่าจะเป็นแบบนี้
เราไม่น่าจะเป็นแบบนี้ -
12:19 - 12:20แล้วก็ต่อว่าตัวเอง
-
12:20 - 12:24มันอาจจะไม่ได้ร้ายแรง แต่พวกเราทำกันทุกคน
-
12:24 - 12:28ที่น่าสนใจคือเราทำแบบนี้ เพราะ
ความมั่นใจตัวเองของเรากำลังสั่นคลอน -
12:28 - 12:31แต่ทำไมเราต้องทำให้เสียหายมากกว่าเดิม?
-
12:31 - 12:34เราไม่เคยตั้งใจทำให้บาดแผลทางร่างกายเรา
แย่ลง -
12:34 - 12:37คุณไม่น่าจะมีรอยแผลบนแขน
แล้วตัดสินใจว่า -
12:37 - 12:41"ผมรู้ละ! ผมจะไปเอามีดมากรีดต่อ
อยากรู้ว่าจะลึกได้แค่ไหน" -
12:41 - 12:44แต่เราทำแบบนี้กับบาดแผลทางจิตใจตลอดเวลา
-
12:44 - 12:48ทำไม? เพราะสุขอนามัยด้านจิตใจเราแย่
-
12:48 - 12:50เพราะเราไม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของเรา
-
12:50 - 12:55เรารู้จากงานวิจัยเป็นสิบๆชิ้นว่า
เมื่อความภูมิใจในตนเองลดลง -
12:55 - 12:58คุณจะอ่อนแอต่อความเครียด
และความกังวลมากขึ้น -
12:58 - 13:03ความล้มเหลว การโดนปฏิเสธ ยิ่งทำให้เจ็บขึ้น
และใช้เวลานานกว่าจะฟื้น -
13:03 - 13:06เพราะฉะนั้น ถ้าคุณถูกปฏิเสธ
สิ่งแรกที่คุณทำ -
13:06 - 13:13คือเอาความมั่นใจคุณกลับมา
ไม่ใช่ซ้ำเติมตัวเองให้จิตใจแหลกละเอียด -
13:13 - 13:15ถ้าคุณมีความเจ็บปวดทางใจ
-
13:15 - 13:22ให้รางวัลตัวเองด้วยความเห็นใจ
แบบที่คุณจะได้จากเพื่อนแท้ของคุณ -
13:23 - 13:28คุณต้องจับให้ได้ว่าอะไรเป็นพฤติกรรมทางจิต
ที่ไม่ดีของคุณ แล้วเปลี่ยนมัน -
13:28 - 13:32สิ่งหนึ่งที่แย่ที่สุดและพบบ่อยที่สุดคือ
การรำพึง -
13:32 - 13:35การที่คุณรำพึง หมายถึง ครุ่นคิด
-
13:35 - 13:39เมื่อหัวหน้าคุณตะโกนใส่คุณ หรือ อาจารย์
ทำให้คุณรู้สึกโง่ในห้องเรียน -
13:39 - 13:42หรือ เมื่อคุณโต้เถียงกับเพื่อน
-
13:42 - 13:46และ คุณไม่สามารถหยุดนึกถึงเรื่องเก่า
เป็นเวลาหลายวัน -
13:46 - 13:48หรือบางทีหลายสัปดาห์
-
13:48 - 13:54การรำพึงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เราผิดหวัง
จะกลายเป็นนิสัยได้ง่าย -
13:54 - 13:56ซึ่งจะเสียหายมาก
-
13:56 - 14:00เพราะ ถ้าใช้เวลามากไปกับเรื่องเสียอารมณ์
และความคิดด้านลบ -
14:00 - 14:03คุณจะพาตัวเองไปเสี่ยงอย่างมาก
-
14:03 - 14:07ต่อภาวะความเครียดสูง
ติดเหล้า กินอาหารไม่ปกติ -
14:07 - 14:10หรือ อาจเป็นโรคหัวใจ ก็ได้
-
14:10 - 14:16ปัญหาคือสิ่งเร้าที่ให้เกิดการรำพึงมัก
เป็นสิ่งที่รุนแรงและสำคัญมาก -
14:16 - 14:18ทำให้ยากที่จะหยุดพฤติกรรมนี้
-
14:18 - 14:22ผมรู้ความจริงข้อนี้เพราะเมื่อไม่นานนี้
ประมาณปีเศษๆ -
14:22 - 14:24ผมมีพฤติกรรมเหล่านี้เช่นเดียวกัน
-
14:24 - 14:31คุณรู้ไหม? พี่คู่แฝดของผมได้รับการวินิจฉัย
ว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองขั้นที่ 3 -
14:31 - 14:33มะเร็งของเขาร้ายแรงมาก
-
14:33 - 14:37เขามีเนื้อร้ายที่มองเห็นได้เลยตามร่างกาย
-
14:37 - 14:42และเขาเริ่มเข้ารับการฉายรังสีบำบัด
อย่างเข้มข้น -
14:42 - 14:46ผมก็อดคิดไม่ได้ว่า
เขาต้องผ่านอะไรบ้าง -
14:46 - 14:50อดคิดไม่ได้ว่า
เขาจะทรมานแค่ไหน -
14:50 - 14:54กระนั้น เขาก็ไม่เคยบ่นเลยสักครั้ง
-
14:54 - 14:57เขาก็ยังมีทัศนคติที่ดีแบบนี้
-
14:57 - 15:00สุขภาพจิตของเขาน่าทึ่งมาก
-
15:00 - 15:05ผมมีสุขภาพกายที่ดี
แต่สุขภาพจิตผมยับเยิน -
15:05 - 15:07แต่ผมรู้ว่าจะทำอะไร
-
15:07 - 15:11การศึกษามากมายบอกเราว่า
ขอแค่เพียงมีเรื่องดึงความสนใจเราแค่ 2 นาที -
15:11 - 15:14ก็เพียงพอที่จะหลุดพ้นจากอารมณ์รำพึงได้
-
15:14 - 15:17ทุกครั้งที่ผมกังวล เสียใจ
หรือ มีความคิดแง่ลบ -
15:17 - 15:22ผมจะบังคับตัวเองให้มีสมาธิอยู่
กับสิ่งอื่นๆ จนความรู้สึกแย่ๆผ่านไป -
15:22 - 15:27และ ภายในหนึ่งสัปดาห์
มุมมองของผมทั้งหมดก็เปลี่ยนไป -
15:27 - 15:30กลายเป็นมองในแง่ดีมากขึ้น
มีหวังมากขึ้น -
15:32 - 15:36เก้าสัปดาห์หลังจากที่เขาเริ่มรับรังสีคีโม
พี่ชายของผมก็ไปตรวจเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์ -
15:36 - 15:39ผมอยู่ข้างๆเขาจนกระทั่ง
เขาได้รับผลตรวจ -
15:39 - 15:42เนื้อร้ายทั้งหมดได้หายไป
-
15:42 - 15:45เขายังต้องผ่านการรับรังสีคีโมอีก 3 ครั้ง
-
15:45 - 15:48แต่พวกเรารู้ว่าเขาจะกลับมาดีเหมือนเดิม
-
15:48 - 15:52นี่เป็นรูปที่ถ่ายเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน
-
15:54 - 15:57ถ้าคุณทำอะไรสักอย่างเมื่อคุณเหงา
-
15:57 - 16:00ถ้าคุณเปลี่ยนการตอบสนองต่อความล้มเหลว
-
16:00 - 16:03ถ้าปกป้องความมั่นใจของตนเอง
-
16:03 - 16:05ถ้าคุณสู้กับความรู้สึกเชิงลบ
-
16:05 - 16:08คุณจะไม่ได้แค่รักษาแผลทางจิตใจ
-
16:08 - 16:12คุณจะสร้างความมั่นคงทางอารมณ์
คุณจะเติบโต -
16:13 - 16:17หลายร้อยปีก่อน
ผู้คนเริ่มดูแลสุขนามัยของตนเอง -
16:17 - 16:21ทำให้อายุขัยคนเพิ่มขึ้นกว่า 50 เปอร์เซนต์
-
16:21 - 16:24โดยใช้เวลาแค่ไม่กี่สิบปีเอง
-
16:24 - 16:28ผมเชื่อว่าคุณภาพชีวิตของเรา
จะดีขึ้นได้อย่างมาก -
16:28 - 16:32ถ้าเราเริ่มดูแลสุขอนามัยทางอารมณ์
-
16:32 - 16:34คุณจินตนาการได้ไหมว่า
โลกเราจะเป็นอย่างไร -
16:34 - 16:37ถ้าทุกคนมีสุขภาพจิตดีขึ้น?
-
16:37 - 16:40มีความเหงาน้อยลง
มีโรคซึมเศร้าน้อยลง? -
16:40 - 16:43ถ้าผู้คนรู้วิธีเอาชนะความล้มเหลวได้?
-
16:43 - 16:46ถ้าพวกเขารู้สึกดีกับตัวเอง
เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น? -
16:46 - 16:50ถ้าพวกเขามีความสุขและเติมเต็มมากขึ้น?
-
16:50 - 16:54ผมจินตนาการได้
เพราะเป็นโลกที่ผมอยากอาศัยอยู่ -
16:54 - 16:58และก็จะเป็นโลกที่พี่ชายผม
อยากอยู่ด้วยเช่นกัน -
16:58 - 17:02และถ้าพวกคุณรับรู้สิ่งเหล่านี้
และเปลี่ยนนิสัยพื้นฐานบางอย่าง -
17:02 - 17:06ก็จะเป็นโลกที่เราทุกคนอยากอาศัยอยู่
-
17:06 - 17:08ขอบคุณมากครับ
-
17:08 - 17:11(เสียงปรบมือ)
- Title:
- ทำไมพวกเราถึงต้องปฐมพยาบาลอารมณ์
- Speaker:
- กาย วินช์
- Description:
-
เราไปหาหมอเมื่อเวลาเราเป็นหวัด หรือ มีอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง ทำไมเราไม่ไปหาหมอเมื่อเรารู้สึกเจ็บปวดทางจิตใจ เช่น ความรู้สึกผิด ความสูญเสีย หรือ ความเหงา บ้างละ?
พวกเราหลายคนต้องเผชิญกับปัญหาทางสุขภาพทางจิต จริงๆเราไม่ต้องไปหาหมอหรอก - แค่ดูแลอารมณ์ของเรา ความคิดของเราให้เท่ากับที่เราดูแลร่างกายของเราก็พอ - Video Language:
- English
- Team:
closed TED
- Project:
- TEDTalks
- Duration:
- 17:24
![]() |
Bank Light edited Thai subtitles for Why we all need to practice emotional first aid | |
![]() |
Bank Light edited Thai subtitles for Why we all need to practice emotional first aid | |
![]() |
Bank Light edited Thai subtitles for Why we all need to practice emotional first aid | |
![]() |
Bank Light approved Thai subtitles for Why we all need to practice emotional first aid | |
![]() |
Sakunphat Jirawuthitanant accepted Thai subtitles for Why we all need to practice emotional first aid | |
![]() |
Sakunphat Jirawuthitanant edited Thai subtitles for Why we all need to practice emotional first aid | |
![]() |
Sakunphat Jirawuthitanant edited Thai subtitles for Why we all need to practice emotional first aid | |
![]() |
Sakunphat Jirawuthitanant edited Thai subtitles for Why we all need to practice emotional first aid |