YouTube

Got a YouTube account?

New: enable viewer-created translations and captions on your YouTube channel!

Thai subtitles

← ชีวิต ช่างแสนเรียบง่าย ทำไมเราทำให้มันแสนยาก- โจน จันได ใน TEDxDoiSuthep

โจน เป็นชาวนาจากภาคอีสานของประเทศไทย ได้มาแบ่งปันกับเราถึงสิ่งที่เขาได้ตระหนักรู้ และให้คำแนะนำในการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายและมีความสุข เขาก่อตั้งศูนย์ปันปัน สำหรับการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน และเขายังคงมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องที่จะหาวิธีการที่ง่ายขึ้น สำหรับผู้คนในการ ตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของตนเอง

Get Embed Code
28 Languages

Showing Revision 4 created 09/13/2014 by Kelwalin Dhanasarnsombut.

  1. มีวลีหนึ่งที่ผมมักจะอยากบอกเสมอ

  2. กับทุกคนที่ผมรู้จัก
  3. วลีนั้นคือ "ชีวิต ช่างแสนเรียบง่าย"
  4. มันช่างแสนเรียบง่าย และสนุกสนาน
  5. ผมไม่เคยคิดแบบนั้นมาก่อน
  6. ตอนที่ผมอยู่ กรุงเทพ ผมรู้สึกเหมือนกับว่า
    ชีวิตช่างแสนลำบาก ยุ่งยากมาก ๆ
  7. ผมเกิดในหมู่บ้านจน ๆ แห่งหนึ่ง
    ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
  8. ตอนที่ผมเป็นเด็ก
    ทุกๆ อย่าง ช่างแสนสนุก และเรียบง่าย
  9. แต่พอ มีโทรทัศน์ เข้ามา
    มีผู้คนมาที่หมู่บ้าน
  10. พวกเขาบอกว่า
  11. " เธอ ยากจนนะ เธอต้องไล่ล่า
    หาความสำเร็จในชีวิต
  12. เธอ ต้องไปกรุงเทพ
    ไปไขว่คว้าหาความสำเร็จในชีวิต"
  13. ผมรู้สึกแย่มาก ๆ ผมรู้สึกว่าผมจน
  14. ผมต้องไปกรุงเทพ
  15. เมื่อผมไปกรุงเทพ
    มันไม่สนุกเลย
  16. คุณจำเป็นต้องเรียน ศึกษาหาความรู้
    และต้องทำงานหนักมากมาย
  17. คุณจึงจะประสบความสำเร็จ
  18. ผมทำงานหนักมาก
    แปดชั่วโมงต่อวันเป็นอย่างน้อย
  19. แต่สิ่งที่ผมได้กินก็มีเพียงแค่
    ก๋วยเตี๋ยวชามเดียวต่อมื้อ
  20. หรือไม่ก็ ข้าวราดแกง
    หรือข้าวผัด อะไรประมาณนั้น
  21. ที่ที่ผมอาศัยอยู่ก็แย่มาก
    เป็นห้องเล็กๆ ที่มีคนนอนรวมกันจำนวนมาก
  22. มันร้อนมาก
  23. ผมเริ่มตั้งคำถามมากมาย
  24. เมื่อผมทำงานอย่างหนัก
    ทำไมชีวิตมันยุ่งยากอย่างนี้
  25. มันต้องมีอะไรสักอย่างที่ผิดพลาด
  26. เพราะผมทำหลายสิ่งหลายอย่าง
    แต่สิ่งที่ผมได้รับมันไม่เพียงพอ
  27. และ ผมพยายามที่จะเรียนรู้ พยายามที่จะศึกษา
  28. ผมพยายามที่จะเข้าเรียนมหาวิ่ทยาลัย
  29. มันยากมาก ที่จะเรียนในมหาวิทยาลัย
    เพราะมันน่าเบื่อ
  30. (เสียงหัวเราะ)
  31. และเมื่อผมดูรายวิชาต่าง ๆ
    ในมหาวิทยาลัย
  32. ทุกคณะ ส่วนมากแล้ว
    เป็นการทำลายความรู้มากกว่า
  33. ในมหาวิทยาลัย
    มันไม่มีความรู้ที่เป็นประโยชน์สำหรับผมเลย
  34. ถ้าคุณเรียนเพื่อจะเป็น
    สถาปนิกหรือวิศวกร
  35. นั่นหมายความว่าคุณต้องทำลายล้างมากขึ้น
  36. ยิ่งคนพวกนี้ทำงานมากขึ้นเท่าไหร่
    ภูเขาก็จะถูกทำลายมากขึ้นเท่านั้น
  37. ผืนดินดีๆ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา
  38. จะถูกปกคลุม
    ไปด้วยคอนกรีตมากขึ้นๆ ทุกวัน
  39. เราทำลายล้างมากขึ้น
  40. ถ้าเราไปที่คณะเกษตรศาสตร์
    หรืออะไรประมาณนั้น
  41. มันหมายความว่าเรากำลังเรียนรู้การใช้ยาพิษ
  42. เพื่อทำให้ผืนดินและแม่น้ำเป็นพิษ
  43. และเรียนรู้ที่จะทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง
  44. ผมรู้สึกเหมือนกับว่าทุกสิ่งที่พวกเราทำ
    ช่างแสนลำบาก และยุ่งยากเหลือเกิน
  45. เราทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างยุ่งยากไปหมด
  46. ชีวิตช่างแสนยุ่งยาก
    และผมรู้สึกผิดหวังมาก
  47. ผมเริ่มที่จะคิดเกี่ยวกับว่า
    ทำไมผมจะต้องมาอยู่กรุงเทพ
  48. ผมคิดถึงสมัยเมื่อตอนเป็นเด็ก
  49. ไม่มีใครต้องทำงานวันละแปดชั่วโมง
  50. ทุกคนทำงานแค่สองชั่วโมง
    ปีละแค่สองเดือน
  51. ปลูกข้าวเดือนนึง
    และเก็บเกี่ยวข้าวอีกเดือนนึง
  52. ที่เหลือคือเวลาว่าง
    เวลาว่างสิบเดือน
  53. และนี่คือเหตุผลว่าทำไม
    ประเทศไทยจึงมีเทศกาลต่าง ๆ มากมาย
  54. เรามีเทศกาลกันทุกเดือน
  55. (เสียงหัวเราะ)
  56. เป็นเพราะพวกเขามีเวลาว่างกันมากมาย
  57. ในเวลากลางวัน
    ทุกคนสามารถงีบหลับกันได้
  58. แม้ในปัจจุบันในประเทศลาว
    ถ้าคุณมีโอกาส ลองไปประเทศลาวดูสิ
  59. ชาวลาว จะงีบหลับหลังอาหารกลางวัน
  60. และหลังจากที่พวกเขาตื่นขึ้น
    พวกเขาก็จะตั้งวงคุยกัน
  61. ลูกเขยคุณเป็นอย่างไรบ้าง
    ภรรยาคุณสบายดีไหม ลูกสะใภ้ล่ะ
  62. ผู้คนมีเวลามากมาย
  63. แต่เพราะพวกเขามีเวลาว่างมาก
  64. พวกเขาจึงมีเวลาอยู่กับตัวเอง
  65. เมื่อพวกเขามีเวลามากพอ
    สำหรับตัวเอง
  66. พวกเขาจึงมีเวลาที่จะเข้าใจตัวเอง
  67. เมื่อพวกเขาเข้าใจตัวเอง
  68. พวกเขาจะมองเห็นสิ่งที่เขาต้องการในชีวิต
  69. ดังนั้น หลายๆ คนจึงเห็นว่า
    สิ่งที่พวกเขาต้องการคือความสุข
  70. พวกเขาต้องการความรัก
    พวกเขาต้องการชีวิตที่สนุกสนาน
  71. ผู้คนจึงมองเห็น
    ความสวยงามมากมายในชีวิต
  72. พวกเขาจึงแสดงออกถึงความสวยงามเหล่านั้น
    ออกมาในแบบที่หลากหลาย
  73. บ้างก็แกะสลัก
    ด้ามมีดไม้ของตนเอง
  74. อย่างแสนสวยงาม
  75. พวกเขาสานตะกร้าอย่างประณีตสวยงาม
  76. แต่ ปัจจุบันนี้ ไม่มีใครใช้คำนั้น
  77. ไม่มีใครทำอะไรแบบนั้นอีกแล้ว
  78. ผู้คนใช้พลาสติกกันทุกหนทุกแห่ง
  79. ผมรู้สึกเหมือนกับว่า
    มันต้องมีอะไรบางอย่างผิดพลาดแน่ ๆ
  80. ผมใช้ชีวิตแบบนี้ไม่ได้
  81. ดังนั้นผมจึงลาออกจากมหาวิทยาลัย
  82. และกลับบ้าน
  83. เมื่อผมกลับบ้าน
    ผมเริ่มใช้ชีวิตเหมือนอย่างที่ผมจำได้
  84. เหมือนเมื่อตอนที่ผมเป็นเด็ก
  85. ผมเริ่มทำงานปีละสองเดือน
  86. ผมได้ผลผลิตเป็นข้าวสี่ตัน
  87. และทั้งครอบครัว ทั้งหกคน
  88. เรากินข้าวน้อยกว่าครึ่งตันต่อปี
  89. ดังนั้นเราจึงสามารถขายข้าวบางส่วนได้
  90. ผมทำบ่อปลา สองบ่อ
  91. เรามีปลากินกันตลอดปี
  92. ผมเริ่มทำสวนเล็กๆ
  93. เล็กกว่าครึ่งเอเคอร์
  94. ผมใช้เวลาวันละ 15 นาที ดูแลสวน
  95. ผมมีผักต่างๆ มากกว่า 30 ชนิด
    ในสวนของผมเอง
  96. และคนหกคน ไม่สามารถกินทั้งหมดนี้ได้
  97. เราจึงนำไปขายที่ตลาด
  98. เราสามารถสร้างรายได้ได้อีกด้วย
  99. ผมรู้สึกว่ามันช่างแสนง่ายดาย
    ทำไมผมจึงไปอยู่ที่กรูงเทพ
  100. เป็นเวลาถึงเจ็ดปี ทำงานอย่างหนัก
    แต่ไม่เคยกินอิ่ม
  101. แต่ที่นี่ เพียงแค่ปีละสองเดือน
    และวันละ 15 นาที
  102. ผมสามารถเลี้ยงคนหกคนได้
  103. มันช่างง่ายดาย
  104. และเมื่อก่อนผมคิดว่า
    คนโง่ๆ อย่างผม
  105. คนที่ไม่เคยได้เกรดดีๆ ที่โรงเรียน
  106. คงจะไม่สามารถมีบ้านได้สักหลัง
  107. เพราะคนที่ฉลาดกว่าผม
  108. คนที่สอบได้ที่หนึ่งของชั้นทุกปี
  109. พวกเขาได้ทำงานดีๆ
  110. แต่เขาต้องทำงานมากกว่า
    30 ปี จึงจะมีบ้านได้
  111. แต่ผมล่ะ คนที่ไม่จบมหาวิทยาลัย
    ผมจะมีบ้านสักหลังได้อย่างไร
  112. มันช่างดูสิ้นหวังสำหรับ
    คนที่ด้อยการศึกษาอย่างผม
  113. แต่เมื่อผมได้เริ่มต้นทำบ้านดิน
    มันช่างแสนง่ายดาย
  114. ผมใช้เวลาวันละสองชั่วโมง
    จากตีห้า
  115. ถึงเจ็ดโมงเช้า
    สองชั่วโมงต่อวัน
  116. ภายในสามเดือนผมได้บ้านหนึ่งหลัง
  117. เพื่อนผมอีกคน
    คนที่ ฉลาดที่สุดในห้อง
  118. เขาใช้เวลาสามเดือน
    ในการสร้างบ้านของเขาเช่นกัน
  119. แต่เขาต้องเป็นหนี้
    ต้องจ่ายหนี้เป็นเวลาถึง 30 ปี
  120. เมื่อเปรียบเทียบกับเขาแล้ว
    ผมมีเวลาว่าง 29 ปี กับอีก 10 เดือน
  121. (เสียงหัวเราะ)
  122. ผมว่า ชีวิตมันช่างแสนง่ายดาย
  123. ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าผมจะสามารถ
    สร้างบ้านหลังหนึ่งได้แสนง่ายดายขนาดนี้
  124. และผมยังคงสร้างบ้านทุก ๆ ปี
    อย่างน้อยปีละหนึ่งหลัง
  125. ตอนนี้ผมไม่มีเงินเลย
    แต่ผมมีบ้านหลายหลังเลยครับ
  126. (เสียงหัวเราะ)
  127. ปัญหาของผมก็คือ
    คืนนี้ผมจะนอนบ้านหลังไหนดี
  128. (เสียงหัวเราะ)
  129. ดังนั้น "บ้าน" ไม่ใช่ปัญหา
    ใครๆ ก็สามารถสร้างบ้านได้
  130. เด็กอายุ 13 ที่โรงเรียน
  131. พวกเขาช่วยกันก่ออิฐ
    ช่วยกันสร้างบ้าน
  132. ภายในหนึ่งเดือน พวกเขามีห้องสมุด
  133. เด็กๆ สามารถ สร้างบ้านได้
  134. แม่ชีแก่ๆ ก็สามารถสร้างกระท่อม
    สำหรับตัวเธอเองได้
  135. ผู้คนมากมาย สามารถสร้างบ้านได้
  136. มันช่างแสนง่ายดาย
  137. ถ้าพวกคุณไม่เชื่อผม ลองดูสิครับ
  138. ถ้ามีใครสักคนอยากมีบ้านสักหลัง
  139. สิ่งต่อไปก็คือ เสื้อผ้า
  140. ผมรู้สึกเหมือนตัวเองยากจน
    เหมือนที่รู้สึกว่าตัวเองไม่หล่อเหลา
  141. ผมพยายามแต่งตัวเหมือนคนอื่นๆ
    เหมือนดาราหนัง
  142. เพื่อทำให้ตัวเองดูดีดูหล่อขึ้น
  143. ผมใช้เวลาหนึ่งเดือนเก็บเงิน
    เพื่อซื้อกางเกงยีนส์สักตัว
  144. พอผมใส่กางเกงยีน์ตัวนั้น
    แล้วหมุนซ้าย หมุนขวา
  145. ดูตัวเองในกระจกเงา
  146. มองตอนไหน ผมก็เป็นคนเดิม
  147. กางเกงที่แพงที่สุด
    ก็ไม่สามารถเปลี่ยนชีวิตผมได้
  148. ผมรู้สึกเหมือนกับว่า บ้าจริง
    ทำไมผมต้องซื้อมันมาด้วย
  149. ใช้เวลาหนึ่งเดือนเพื่อกางเกงตัวเดียว
  150. ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลง
  151. ผมเริ่มคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากขึ้น
  152. ทำไมเราต้องเดินตามแฟชั่น
  153. เพราะเมื่อเราเดินตามแฟชั่น
    เราจะไม่เคยตามมันทันหรอก
  154. เพราะเราจะเดินตามมันเสมอ
  155. ดังนั้นก็ไม่ต้องตามละ อยู่มันตรงนี้แหละครับ
  156. (เสียงหัวเราะ)
  157. ใช้สิ่งที่คุณมีครับ
  158. หลังจากนั้น จนกระทั่งถึงตอนนี้ก็ 20 ปี
    ผมไม่เคยซื้อเสื้อผ้าอีกเลย
  159. เสื้อผ้าทั้งหมดที่ผมมี
    เป็นของเหลือใช้จากคนอื่น
  160. เวลามีคนมาเยี่ยมผม
    พอพวกเขากลับไป
  161. พวกเขาทิ้งเสื้อผ้าไว้เยอะแยะ
  162. ตอนนี้ผมมีเสื้อผ้าเป็นตัน ๆ
  163. (เสียงหัวเราะ)
  164. และพอคนเห็นผมใส่
    เสื้อผ้าเก่าๆ
  165. พวกเขาก็ยิ่งให้เสื้อผ้าผมเพิ่มขึ้นอีก
  166. (เสียงหัวเราะ)
  167. ดังนั้นตอนนี้ปัญหาของผมคือ ผมจำเป็นต้อง
    ให้เสื้อผ้าแก่คนอื่นอยู่บ่อยๆ
  168. (เสียงหัวเราะ)
  169. เห็นไหมครับ มันช่างแสนง่ายดาย
  170. และเมื่อผมเลิกซื้อเสื้อผ้า
    ผมรู้สึกว่า ไม่ใช่เพียงแค่เสื้อผ้า
  171. แต่ยังมีอย่างอื่นอีกในชีวิตของผม
  172. สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ก็คือ
    เมื่อผมซื้ออะไรสักอย่าง
  173. และผมจะคิดว่า
    ผมซื้อเพราะชอบมัน
  174. หรือผมซื้อเพราะผมต้องการมัน
  175. ฉะนั้น ถ้าผมซื้อเพราะผมชอบ
    นั่นแสดงว่าผิดแล้ว
  176. ผมรู้สึกมีอิสระมากขึ้น
    เมื่อผมคิดแบบนี้
  177. สิ่งสุดท้ายคือ
    เวลาเจ็บป่วยผมจะทำอย่างไร
  178. ตอนแรกผมก็กังวลใจเหมือนกัน
    เพราะ ผมไม่มีเงินเลย
  179. แต่ผมเริ่มไตร่ตรองมากขึ้น
  180. จริงๆ แล้ว ความเจ็บป่วยเป็นเรื่องธรรมดา
    ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเลย
  181. ความเจ็บป่วยคือบางสิ่งที่จะเตือนให้เรารู้ว่า
    เรากำลังทำบางสิ่งบางอย่างในชีวิตผิดพลาดไป
  182. นั่นคือสาเหตุว่าทำไมเราจึงเจ็บป่วย
  183. ดังนั้นเมื่อผมป่วย ผมจึงต้อง
    หยุดและหันมาดูตัวเอง
  184. และคิดให้ได้ว่าผมทำอะไรผิดไป
  185. ผมได้เรียนรู้วิธีการใช้น้ำ
    เพื่อบำบัดตัวเอง
  186. วิธีการใช้ดินเพื่อรักษาตัวเอง
  187. ผมเรียนรู้วิธีที่จะใช้
    ความรู้พื้นฐานในการรักษาตัวเอง
  188. หลังจากที่ผมพึ่งพาตัวผมเอง
    ในสี่เรื่องที่ผมกล่าวไปได้แล้ว
  189. ผมรู้สึกว่า ชีวิตช่างแสนง่ายดาย
  190. ผมรู้สึกเหมือนกับว่ามีอิสระเสรี
  191. ผมรู้สึก หมดห่วงกังวลในทุก ๆ สิ่ง
  192. ผมมีความกลัวน้อยลง
    ผมทำอะไรก็ได้ที่อยากจะทำในชีวิต
  193. เมื่อก่อนผมมีแต่ความกลัว
    ผมไม่กล้าทำอะไรสักอย่าง
  194. ตอนนี้ผมรู้สึกมีอิสระ
    ราวกับว่าผมเป็นเอกบุรุษของโลกนี้
  195. ไม่มีใครเหมือนผม
    และก็ผมไม่ต้องการทำตัวเองให้เหมือนกับใครอื่น
  196. ผมมันสุดยอด
  197. สิ่งต่างๆ เหล่านี้
    ทำให้มันเป็นเรื่องง่ายๆ เรื่องเบาๆ
  198. และหลังจากนั้นผมก็เริ่มที่จะคิด
  199. เรื่องตอนที่ผมอยู่กรุงเทพ
    ผมรู้สึกว่าชีวิตช่างมืดมน
  200. ผมเริ่มคิดว่าผู้คนมากมาย
    อาจจะเคยคิดเหมือนผมในตอนนั้น
  201. ดังนั้นผมจึงเริ่มตั้งสถานที่ที่เรียกว่า
    "ปัน ปัน" ในเมืองเชียงใหม่
  202. มีจุดประสงค์หลักเพียงเพื่อเก็บเมล็ดพันธ์ุพืช
  203. เราเก็บรักษาเมล็ดพันธ์ุพืช
    เพราะเมล็ดพันธ์ุคืออาหาร อาหารคือชีวิต
  204. ถ้าไม่มีเมล็ดพันธ์ุก็ไม่มีชีวิต
  205. ไม่มีเมล็ดพันธ์ุก็ไม่มีอิสระ
  206. ไม่มีเมล็ดพันธ์ุก็ไม่มีความสุข
  207. เพราะชีวิตของคุณจะขึ้นอยู่กับคนอื่น
  208. เพราะคุณไม่มีอาหาร
  209. ดังนั้น มันจึงสำคัญที่จะต้องเก็บเมล็ดพันธ์ุ
  210. นั่นคือเหตุผลว่าทำไม
    เราจึงให้ความสนใจกับการเก็บรักษาเมล็ดพันธ์ุพืช
  211. นั่นคือ หลักสำคัญ ใน ปัน ปัน
  212. และอย่างที่สอง
    มันคือศูนย์การเรียนรู้
  213. เราต้องการมีศูนย์
    สำหรับตัวเราเองในการเรียนรู้
  214. เรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย
  215. เพราะพวกเราถูกสอนมา
    ให้ทำชีวิตให้ยุ่งยากและลำบากตลอดเวลา
  216. เราจะทำให้มันเรียบง่ายได้อย่างไร
    จริงๆ แล้วมันง่ายดาย
  217. แต่เราแค่ไม่รู้ว่า
    จะทำให้มันเรียบง่ายได้อย่างไร
  218. เพราะเราทำให้มันเป็นเรื่องยุ่งยากอยู่เสมอ
  219. และตอนนี้เราเริ่มเรียนรู้
    และเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกัน
  220. เพราะเราถูกสอนมาให้แยกตัวเอง
  221. จากสิ่งอื่นๆ เพื่อจะได้เป็นอิสระ
  222. แล้วเราจะได้หวังพึ่งเงินแต่เพียงอย่างเดียว
  223. เราไม่จำเป็นต้องขึ้นพึ่งกันและกัน
  224. แต่ตอนนี้ เพื่อที่จะมีความสุข
    เราจำเป็นต้องกลับมา
  225. เชื่อมต่อกับพวกตัวของเราเองอีกครั้ง
    เชื่อมต่อกับคนอื่นๆ
  226. เชื่อมต่อใจและกายของเราเข้าด้วยกันอีกครั้ง
  227. เราสามารถที่จะมีความสุขได้ ชีวิตช่างแสนง่ายดาย
  228. ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงตอนนี้
    สิ่งที่ผมได้เรียนรู้
  229. คือ ปัจจัยสี่: อาหาร ที่อยู่อาศัย
    เสื้อผ้า และยารักษาโรค
  230. จะต้องถูกและง่าย สำหรับทุกคน
  231. นั่นคือความเจริญ
  232. แต่ถ้าคุณทำให้ทั้งสี่สิ่งนี้ยาก
    และยุ่งยากมากสำหรับผู้คนทั้งหลายที่จะได้มา
  233. นั่นคือความล้าหลัง
  234. ในตอนนี้ถ้าเรามองดู
    ทุกหนทุกแห่งรอบๆ ตัวเรา
  235. ทุกอย่าง ยากต่อการได้มา
  236. ผมรู้สึกเหมือนกับว่า นี่คือช่วงเวลาที่
    ไร้ความเจริญที่สุดของมนุษย์บนโลกใบนี้
  237. เรามีผู้คนมากมาย
    ที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัย
  238. มีมหาวิทยาลัยมากมายในโลกนี้
  239. มีผู้คนที่เฉลียวฉลาดมากมายบนโลก
  240. แต่ชีวิตก็มีแต่ความยุ่งยากมากขึ้นเรื่อยๆ
  241. เราทำทุกอย่างให้มันยากเพื่อใครกัน
  242. ตอนนี้เรากำลังทำงานหนักเพื่อใครกัน
  243. ผมรู้สึกว่ามันผิดแล้ว มันไม่ปกติ
  244. ผมเพียงแค่อยากกลับมาสู่ภาวะปกติ
  245. เป็นคนปกติธรรมดา
    เท่าเทียมกับเหล่าบรรดาสัตว์โลกทั้งหลาย
  246. นกน้อยทำรัง เพียงหนึ่งวันหรือสองวัน
  247. เจ้าหนูขุดรูเพียงแค่คืนเดียว
  248. แต่มนุษย์ที่ชาญฉลาดอย่างพวกเรา
  249. ใช้เวลา 30 ปี เพื่อที่จะมีบ้าน
  250. และมีผู้คนมากมายที่ไม่เคยเชื่อว่า
    พวกเขาจะสามารถมีบ้านได้ในชีวิตนี้
  251. นั่นมันผิดแล้ว
  252. ทำไมเราต้องทำลายความแข็งแกร่งของเรา
    ทำไมเราทำลายความสามารถของเราขนาดนั้น
  253. ผมรู้สึกว่า มันเพียงพอแล้วสำหรับผม
    ที่จะใช้ชีวิตในแบบปกติ
  254. ในวิถีที่ผิดปกติวิสัย
  255. ตอนนี้ผมจึงพยายามอยู่อย่างปกติธรรมดา
  256. แต่ผู้คนมองว่าผมเป็นคนผิดปกติ
  257. (เสียงหัวเราะ)
  258. คนที่บ้าบอคนหนึ่ง
  259. แต่ผมไม่สนใจหรอกนะ
    เพราะมันไม่ใช่ความผิดของผม
  260. มันเป็นความผิดของพวกเขา
    พวกเขาคิดแบบนั้นกันเอง
  261. ตอนนี้ชีวิตของผม เรียบง่ายและไม่ซับซ้อนแล้ว
  262. นั่นพอแล้ว สำหรับผม
  263. คนเราสามารถจะคิดสิ่งใดก็ได้ตามที่ปรารถนา
  264. ผมไม่สามารถจัดการอะไร
    ที่อยู่นอกเหนือตัวของผมได้
  265. สิ่งที่ผมทำได้คือ การเปลี่ยนความคิดของตัวเอง
    จัดการกับใจของตัวเอง
  266. ตอนนี้ใจของผมเบา
    และเรียบง่าย นั่นก็พอเพียงแล้ว
  267. ถ้าใครต้องการที่จะมีทางเลือก
    คุณก็สามารถที่จะเลือกได้
  268. เลือกที่จะง่ายหรือเลือกที่จะยาก
    มันก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง
  269. ขอบคุณครับ
  270. (เสียงปรบมือ)