Thai 字幕

← ชีวิตบนโลกที่น่ายินดี

获得嵌入代码
34种语言

Showing Revision 33 created 05/24/2020 by Unnawut Leepaisalsuwanna.

  1. [โอลิเวอร์ เจฟเฟอร์]
  2. [ชีวิตบนโลกที่น่ายินดี]

  3. สวัสดี!

  4. ผมมั่นใจว่า เมื่อผมพูดจบประโยคนี้
  5. ดูจากรูปแบบที่ผมสื่อสารน่ะนะ
  6. คุณจะรู้ได้ทันทีว่า
    ผมมาจากสถานที่ที่มีชื่อว่า
  7. "ดาวโลก"
  8. โลกนั้นเจ๋งสุดๆ
  9. เป็นบ้านของ "เรา"
  10. และพวกเชื้อโรค
  11. ไอ้พวกที่ควรจะถอยได้แล้ว
  12. เพราะโลกไม่ได้เป็นบ้านของ
    พวกมันเท่านั้น
  13. ดาวดวงนี้ยังมี
    รถ กะหล่ำดาว

  14. พวกปลาแปลกๆ ที่มีโคมไฟส่วนตัว
  15. งานศิลป์ กองไฟ
  16. ถังดับเพลิง
  17. กฎหมาย นกพิราบ เบียร์สักขวด
  18. เลม่อน และหลอดไฟ
  19. ปิโน นัวร์ และพาราเซตามอล
  20. ผี ยุง นกฟลามิงโก ดอกไม้
  21. อูคูเลเล่ ลิฟต์ และแมว
  22. วิดีโอแมว อินเตอร์เน็ต
  23. คานเหล็ก ตึก และถ่ายไฟฉาย
  24. ความคิดที่น่าสนใจทัั้งหลาย
    ทุกชีวิตบนโลก
  25. และอื่นๆ อีกมหาศาล
  26. ทุกอย่างที่เรารู้จัก และที่ไม่เคยพบเห็น
  27. เป็นสถานที่ที่ผมชอบนะ จริงๆ แล้ว
  28. ทรงกลม เล็กๆ นี้
  29. ลอยอยู่ในส่วนหนึ่งของจักรวาล
    อันแสนหนาวเย็นและเดียวดาย
  30. อ้อ ผมพูดสำเนียงเบลฟาสต์น่ะ
    ซึ่งก็คือ...
  31. ตรงนี้
  32. แถวนี้ๆ แหละ
  33. คุณ อาจ คิด ว่า
    คุณรู้จักดาวโลกดีพอ

  34. เพราะคุณอยู่ที่นี่อยู่แล้ว
  35. แต่ในความเป็นจริง
  36. คุณอาจไม่ค่อยได้คิดถึงเรื่องราว
    ที่แสนธรรมดาของดาวดวงนี้
  37. ผมเคยคิดว่าผมรู้จักโลกดี
  38. ผมคิดว่าผมก็เชียวชาญอยู่นะ
  39. จนวันนึง ผมต้องอธิบาย
    เรื่องราวทั้งหมด
  40. เกี่ยวกับโลก
    และความเป็นไปต่างๆ
  41. ให้กับใครบางคนที่ไม่เคยอยู่ที่นี่มาก่อน
  42. ไม่ใช่อย่างที่คิดครับ
  43. ถึงแม้ว่าพ่อผมมักจะพูดว่า
  44. สิ่งที่ยืนยันว่ามีมนุษย์ต่าวดาว
    อยู่ข้างนอกนั่น
  45. คือการที่พวกเขาไม่คิดจะติดต่อเรา
    ให้ลำบากเปล่าๆ
  46. อันที่จริง เป็นลูกชายผมที่เพิ่งเกิด
    คือคนที่ผมพยายามจะอธิบายให้ฟัง
  47. พวกเราไม่เคยเป็นพ่อแม่มาก่อน
  48. ผมและภรรยา
  49. ผมเลยปฏิบัติต่อเขาเหมือนแขก
    เมื่อเขามาถึงบ้านเป็นครั้งแรก
  50. โดยพาเขาเดินชมรอบๆ บ้าน
  51. นี่บ้านของลูกนะ
  52. ห้องนี้เราใช้ทำกับข้าว
  53. ห้องนี้เราไว้เก็บคอเล็กชั่นเก้าอี้
    อะไรประมาณนี้
  54. ก็แปลกใหม่ดีนะ
  55. การที่ได้อธิบายว่าดาวที่เราอยู่
    เป็นยังไงให้เด็กทารกฟัง
  56. ภายหลังความสนุกสนานเฮฮา
  57. เมื่อคุณตระหนักว่า
    มนุษย์ตัวน้อยนี้แทบไม่รู้อะไรเลย
  58. และตัวคุณเองก็แทบจะไม่รู้อะไรเช่นกัน
  59. การเล่าเรื่องราวของโลกทั้งดวงกลาย
    เป็นงานที่หินไม่เบา
  60. แต่สุดท้าย ผมก็ลองสักตั้ง
  61. ช่วงสัปดาห์แรกๆ ผมเดินสำรวจโลกภายนอก

  62. และบอกเล่าเรื่องราวที่พบเจอ
  63. ผมเริ่มจดบันทึก
    เรื่องราวน่าขันที่ผมเล่าให้ลูกชายฟัง
  64. บันทึกเหล่านั้นค่อยๆ กลายมาเป็นจดหมาย
  65. ที่จะส่งถึงเขา เมื่อเขาโตพอที่จะอ่านมัน
  66. และจดหมายนั้นก็กลายเป็นหนังสือ
  67. เกี่ยวกับหลักการพื้นฐาน
    และการเป็นมนุษย์
  68. ที่อยู่บนโลกในศตวรรษที่ 21
  69. บางอย่างที่เห็นชัดเจนอยู่แล้ว
  70. เช่น โลกประกอบด้วยสองส่วน
  71. ผืนดิน และผืนน้ำ
  72. บางสิ่งที่เราไม่ค่อยได้สนใจ
    จนกว่าจะเริ่มคิดเกี่ยวกับมัน
  73. อย่าง "เวลา"
  74. บางครั้งสิ่งต่างๆ บนโลก
    ก็ดำเนินไปอย่างช้าๆ
  75. แต่หลายครั้ง ก็หมุนไปอย่างรวดเร็ว
  76. ฉะนั้น จงใช้เวลาให้ดี
    เพราะมันจะหายไปก่อนที่คุณจะรู้ตัว
  77. หรือ "ผู้คน"
  78. ผู้คนมาในรูปร่าง ขนาด
    และสี ที่แตกต่างกัน
  79. เราอาจดูต่างกัน
  80. มีนิสัยต่างกัน และมีเสียงที่ต่างกันก็จริง
  81. แต่อย่าโดนหลอกล่ะ
  82. เราทุกคนก็เป็นคนเหมือนกัน
  83. และนั่นทำให้ผมเลี่ยงไม่ได้ที่จะยอมรับ
    ว่าจากสถานที่ต่างๆ ในจักรวาล

  84. ผู้คนอาศัยบนโลกเท่านั้น
  85. "อยู่ได้" แค่บนโลกเท่านั้น
  86. และถึงแม้จะอยู่ได้แค่บนพื้นที่แห้ง
    ส่วนเล็กๆ
  87. ซึ่งมีขนาดนิดเดียวบนผิวโลก
  88. ที่มนุษย์สามารถอยู่อาศัยได้จริงๆ
  89. และนี่คือพื้นที่เล็กๆ ที่พวกเรา
    บีบรวมกันอยู่
  90. เราอาจหลงลืมไป
    เวลาเรามองอะไรใกล้ๆ อย่าง พื้นดิน
  91. ก้อนหิน ใบไม้ ถนนคอนกรีต
  92. ว่าเรามีพื้นที่จำกัดเพียงใด
    สำหรับการสำรวจ
  93. หากมองผ่านดวงตาคู่หนึ่ง
    ใกล้กับพื้น
  94. เส้นขอบฟ้าก็ดูราวกับไม่มีที่สิ้นสุด
  95. จริงๆ แล้ว ก็ไม่ใช่ทุกวัน
  96. ที่เราจะมาพิจารณาว่าเราอยู่
    ตรงไหนบนทรงกลมนี้
  97. และทรงกลมนี้อยู่ตรงไหนของอวกาศ
  98. ผมไม่ได้อยากเล่าเรื่องเดิมๆ
    เกี่ยวกับนานาประเทศให้ลูกผมฟัง

  99. เรื่องราวที่เราถูกสอนมา
    ตอนผมโตมาในไอร์แลนด์เหนือ
  100. ว่าเรามาจากพื้นที่เล็กๆ
  101. ซึ่งทำให้เรามองข้ามชีวิตอื่นๆ
    นอกเหนือไปจากเรื่องของเรา
  102. ผมอยากลองทำความเข้าใจความรู้สึก
    ของการมองโลกของเรา
  103. เป็นหนึ่งระบบ และเป็นวัตถุหนึ่งเดียว
  104. แขวนอยู่กลางอวกาศ
  105. เพื่อที่จะเข้าใจมุมมองนี้
  106. ผมได้เปลี่ยนจากการ
    วาดภาพลงหนังสือ
  107. เป็นการสร้างวัตถุสามมิติบนถนน
  108. และผมต้องการระยะประมาณ 200 ฟุต
  109. หรือหนึ่งช่วงตึกในนิวยอร์ค
  110. เพื่อสร้างรูปจำลองของดวงจันทร์
  111. โลก และ พวกเรา
  112. โครงการนี้จัดขึ้นที่
    ฮายไลน์พาร์ก นิวยอร์ค

  113. ฤดูหนาวที่แล้ว
  114. ในโอกาศฉลองครบรอบ 50 ปี
    อะพอลโล 11 ไปดวงจันทร์
  115. ภายหลังการติดตั้ง
  116. ผมและลูกชาย
    สวมหมวกนักบินอวกาศ
  117. และทะยานสู้อวกาศเหมือนยาน
    อะพอลโล 11 เมื่อครึ่งศตวรรษที่แล้ว
  118. ไปยังดวงจันทร์
  119. เราโคจรรอบๆ
  120. และมองกับมาดู "เรา"
  121. สิ่งที่ผมสัมผัสได้คือ
  122. เราดูเหงาๆ ในอวกาศอันมืดมิด
  123. ทั้งๆที่ผมแค่แกล้งเดินทางนะ
  124. ดวงจันทร์เป็นเพียงวัตถุเดียว
  125. ที่ถึงจะไกล แต่ก็ใกล้กับเรามากที่สุด
  126. และด้วยขนาดของโครงการนี้
  127. ที่ลูกโลกมีเส้นผ่านศูนย์กลาง
    ขนาด 10 ฟุต
  128. ดาวอังคาร ดาวเคราะห์ดวงถัดไป
    คงจะมีขนาดเท่าลูกบอลโยคะ
  129. และอยู่ไกลออกไปอีกหลายไมล์
  130. แม้ว่าเส้นเขตแดน
    จะมองไม่เห็นจากอวกาศ

  131. แต่บนลูกโลกของผม
  132. เราวาดเส้นเขตแดนไว้ทุกเส้น
  133. แต่แทนที่จะเขียนชื่อประเทศ
    บนผืนดินนั้น
  134. ผมกลับเขียนลงไปซ้ำๆ ว่า
  135. "มีคนอาศัยอยู่ที่นี่ มีคนอาศัยอยู่ที่นี่"
  136. "มีคน อาศัยอยู่ ที่นี่"
  137. และบนดวงจันทร์ ผมเขียนลงไปว่า
  138. "ไม่มีใครอาศัยอยู่ที่นี่"
  139. หลายครั้ง สิ่งที่เห็นๆ กันอยู่
  140. ก็ไม่ได้เป็นที่น่าสังเกตเท่าไหร่
    จนกว่าคุณจะคิดถึงมันจริงๆ
  141. การมองภาพใหญ่จากระยะที่ไกลมากๆ

  142. เปลี่ยนมุมมองไปโดยสิ้นเชิง
  143. เหมือนกันที่นักบินอวกาศ
    หลายคนได้สัมผัส
  144. และดวงตาของมนุษย์
    ก็ได้มองโลกของเรา
  145. จากจุดที่ไกลที่สุดแล้ว คือดวงจันทร์
  146. คงอีกไกลมากอยู่
  147. กว่าที่เราจะไปถึง
    ขอบของระบบสุริยะจักรวาล
  148. รวมไปถึง ดวงดาว หรือหมู่ดาวอื่นๆ
  149. จริงๆ แล้ว มีเพียงจุดเดียวเท่านั้น
    ในจักรวาล
  150. ที่เรารู้ได้ว่ามีอยู่
    ท่ามกลางหมู่ดาวทั้งมวล
  151. และการมีอยู่นั้นก็คือ
  152. ตรงนี้ บนดาวโลก
  153. ภาพของหมู่ดาว ที่เราได้สร้างขึ้นมา
  154. จะมีความหมายเมื่อมองจาก
    "ข้างล่างนี้" เท่านั้น
  155. เรื่องราวจะมีความหมาย
    ก็เฉพาะบนโลก
  156. และก็มีเพียงบางสิ่ง
    ซึ่งมีความหมายสำหรับพวกเรา
  157. สำหรับผู้คนทั้งหลาย
  158. "เรา" เป็นสิ่งมีชีวิตที่ชอบเล่าเรื่อง
  159. เราเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว
    ที่เราเล่า
  160. และเราก็เป็นเรื่องราว
    ที่ถูกเล่าขาน
  161. ลองคิดดูเล่นๆ เกี่ยวกับ
    เรื่องราวของอารยธรรมมนุษย์บนโลก

  162. ที่บอกเล่า ธรรมชาติของมนุษย์
    ความเฉลียวฉลาด งดงาม
  163. ความเอื้อเฟื้อ และเอาใจใส่
    ซึ่งเป็นธรรมชาติของเผ่าพันธ์เรา
  164. รวมไปถึง การสนใจตนเอง
    และความอ่อนแอ ไม่มั่นคง
  165. และการสู้อย่างไม่ถอย
    ในการปกป้องชีวิต
  166. มนุษย์อย่างพวกเราต่างปกป้องเปลวไฟ
    แห่งการดำรงอยู่ของตัวเราเอง
  167. จากธรรมชาติดั้งเดิมอันยิ่งใหญ่
    เกินกว่าเราจะควบคุม
  168. บางสิ่งที่ทรงอานุภาพ
  169. ถึงอย่างนั้น มนุษย์ก็ยังคงจ้องมอง
    เฟลวไฟแห่งชีวิตอย่างไม่ลดละ
  170. "ด้วยความรู้ 'ทั้งหมด' ที่เรามี"
  171. ถ้อยคำนี้
  172. หมายถึง องค์ความรู้ทั้งมวล
  173. แต่ถ้าลองพูดอีกแบบ
  174. "ด้วยความรู้ทั้งหมดที่ 'เรา' มี"
  175. นั่นหมายถึง เราไม่รู้อะไรเลย
  176. สิ่งนี้คือความงามที่เปราะบาง
    ของบทละครแห่งอาระธรรมของเรา
  177. เราเป็นทั้งผู้แสดงและผู้ชม
    ของโรงละครแห่งจักรวาล
  178. ที่ทำให้โลก
    มีความหมายสำหรับเรา
  179. แต่ไม่มีค่าอะไรสำหรับใครที่ไหน
  180. บางทีอาจไม่มีความหมาย
    มากขนาดนั้นที่นี่เหมือนกัน
  181. หากเราฉุกคิดถึงความสัมพันธ์
    ระหว่างเรา กับเรือของเรา

  182. ผมหมายถึงโลกของเราน่ะ
  183. มันอาจเป็นเพียงเรื่องราวของ
    ความไม่แยแส และความละโมบ
  184. เหมือนกับเรื่องราวของ เฟาส์โต
  185. ชายที่เชื่อว่าตนครอบครองทุกสิ่ง
  186. และตระเวนไปทั่วเพื่อสำรวจ
    ว่าอะไรเป็นของตัวเองบ้าง
  187. เขาอ้างอย่างหน้าตาเฉย
    ว่าเป็นเจ้าของดอกไม้
  188. แกะ ต้นไม้ และท้องทุ่ง
  189. ทะเลสาบ และภูเขา
    ที่ดูยากจะพิชิต
  190. แต่พวกมันก็ต้องยอมจำนนแต่โดยดี
  191. แต่เมื่อถึงตอนที่เขา
    พยายามเป็นเจ้าของผืนทะเล
  192. ความโลภก็ได้นำพาหายนะมาสู่ตัวเขา
  193. ด้วยความยะโส
  194. เขาปีนข้ามกราบเรือ
    เพื่อแสดงให้ทะเลเห็นว่า ใครใหญ่
  195. แต่เขาไม่รู้ว่า
  196. เขาจะหลุดเข้าไปใต้ท้องคลื่น
    และจมลงก้นสมุทร
  197. แม้ท้องทะเลจะรู้สึกเสียใจ
  198. แต่ท้องทะเลก็คือท้องทะเล
  199. และสำหรับสิ่งต่างๆ
    ที่ได้ถูกแสดงความเป็นเจ้าของ
  200. เรื่องน่าสลดของเฟาส์โต
    ก็ไม่ได้มีความหมายอะไรกับพวกเขา
  201. หากมนุษย์คิดว่า
    ตนนั้นสำคัญสำหรับจักรวาล

  202. เราจะไม่มีอะไรเลย
  203. ถ้าไม่ใช่บนดาวโลกดวงนี้
  204. "โลก" จะยังคงหมุนต่อไปเรื่อยๆ
    อย่างมีความสุข
  205. โดยไม่ต้องสนใจการมีอยู่ของมนุษย์
  206. บนดาวดวงนี้ มีผู้คนอาศัยอยู่

  207. เราใช้ชีวิตไปในแต่ละวัน
  208. บางครั้งเราแหงนมองขึ้นไป
    และเหม่อมองออกไป
  209. ส่วนใหญ่เราก้มลงมา และมองเข้าไป
  210. เราแหงนมองท้องฟ้ายามราตรี
    และวาดเส้นต่อแสงสว่างเหล่านั้น
  211. เพราะเราพยายามที่จะสร้างความเข้าใจบางอย่างขึ้นจากความวุ่นวายนั้น
  212. หันกลับลงมา เราขีดเส้นแบ่งดินแดน
    ที่เราคิดว่าเป็นพื้นที่ของตัวเอง
  213. และดินแดนที่ไม่ใช่ของเรา
  214. จริงๆ แล้วเราหลงลืมไปว่า
    ทั้งเส้นที่เชื่อมดวงดาว
  215. และเส้นที่ขีดแบ่งเขตแดน
  216. นั้นมีอยู่แค่ในความคิดของเรา
  217. มันก็เป็นเพียงเรื่องราว
  218. เราดำเนินชีวิตตามกิจวัตรประจำวัน
  219. ตามเรื่องราวที่เราเชื่อถือ
    มากที่สุด
  220. และทุกวันนี้ เรื่องราวก็กำลังเปลี่ยนไป
    ในทุกขณะที่เราเขียน
  221. มีความหวาดกลัวอยู่มากมาย
    ในเรื่องราวในปัจจุบัน

  222. และเมื่อไม่นานมานี้
  223. เรื่องราวที่เป็นที่พูดถึงกันมากที่สุด
  224. คือ ความขมขื่น
  225. ของชีวิตที่ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ควร
    ทั้งสำหรับตัวเราเองและในสังคม
  226. แต่การได้เห็นสิ่งดีๆจากสิ่งร้ายๆ
    ก็สร้างแรงบันดาลใจได้อย่างมาก
  227. การที่ผู้คนทั่วโลกเริ่มตาสว่าง
  228. และตระหนักว่า
    ความเชื่อมโยงกันระหว่างเรา
  229. เป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดที่เรามี
  230. แต่เมื่อมองย้อนกลับไป

  231. สิ่งที่น่าเศร้าก็คือ
  232. เราใช้เวลาน้อยมาก
    ในการยินดีกับเรื่องราวที่แสนยิ่งใหญ่
  233. ที่เป็นจริงเสมอมา สำหรับพวกเรา
  234. เรื่องที่เราอาศัยอยู่บนโลก
  235. เรื่องที่เรามีชีวิตอยู่
  236. เรื่องที่เรายังไม่ตาย
  237. 1.5 ล้านปีที่หลังจาก
    มนุษย์ค้นพบกล่องไม้ขีด
  238. เราก็ยังไม่ถึงกับเผาบ้านเราไปจนสิ้น
  239. ยังอยู่
  240. การที่เราจะอยู่ตรงนี้
    นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้
  241. แต่เราก็อยู่ตรงนี้
  242. มีทั้งเรื่องร้ายและดี
  243. ไม่เคยมีคนอาศัยอยู่บนโลก
    มากขนาดนี้มาก่อน

  244. ใช้ทรัพยากรมากขึ้น
  245. และสิ่งที่ชัดเจนก็คือ ระบบเก่าๆ
  246. ที่เราสร้างขึ้นเพื่อตัวเราเอง
  247. นั้นล้าสมัยไปแล้ว
  248. และเราต้องสร้างมันขึ้นมาใหม่
  249. ถ้าไม่ใช่เพราะเชื้อโรคร้าย
  250. ไม่ช้าก็เร็ว เฟลวไฟแห่งมนุษยชาติ
    อาจทำให้เราหายใจไม่ออก
  251. เราได้เห็นวงล้อระบบอุตสาหกรรม
    หยุดชะงัก
  252. เครื่องจักรแห่งความก้าวหน้า
    ที่เงียบลง
  253. เรามีโอกาสมากมาย
  254. ที่จะกดปุ่มเริ่มต้นใหม่
  255. เพื่อเลือกเส้นทางที่ต่างไปจากเดิม
  256. เรา อยู่ตรงนี้ บนโลก

  257. และชีวิตบนโลกนั่นน่าอัศจรรย์
  258. โลกที่แม้จะดูกว้างใหญ่
  259. แต่พวกเรามากมาย
    ก็อาศัยอยู่ทุกหนทุกแห่ง
  260. 7.5 ล้านคน จากสถิติล่าสุด
  261. และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆวัน
  262. ถึงอย่างนั้น
  263. ก็ยังมีพื้นที่เพียงพอสำหรับทุกคน
  264. หากเราแบ่งปันกันคนละเล็กละน้อย
  265. เพราะฉะนั้น ได้โปรด
  266. เห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์
  267. หากคุณลองคิดในอีกมุม

  268. หากโลกเป็นเพียง "สถานที่เดียว"
    ที่ผู้คนอาศัยอยู่
  269. โลกก็คงเป็นสถานที่
    ที่เดียวดายน้อยที่สุดในจักรวาลเป็นแน่
  270. มีคนมากมายที่
    พร้อมจะมอบความรักให้คุณ
  271. และมีคนอีกมากมาย
    ที่พร้อมจะให้คุณรัก
  272. เรา ต้องการ กันและกัน
  273. และเราก็ได้รู้ซึ้งแล้ว ในตอนนี้
  274. หลับฝันดีครับ