0:00:06.825,0:00:09.101 นึกถึงคุกกี้อุ่นๆ นุ่มเหนียว 0:00:09.101,0:00:10.513 ลูกกวาดกรุบกรอบ 0:00:10.513,0:00:12.076 เค้กนุ่มละมุน 0:00:12.076,0:00:14.693 ไอศกรีมอัดพูนในโคนวัฟเฟิล 0:00:14.693,0:00:16.670 คุณน้ำลายสอเลยหรือเปล่า 0:00:16.670,0:00:17.538 คุณอยากของหวานเลยใช่ไหม 0:00:17.538,0:00:18.843 ทำไมล่ะ 0:00:18.843,0:00:19.924 เกิดอะไรขึ้นในสมอง 0:00:19.924,0:00:23.700 ที่ทำให้มันยากเหลือเกินที่จะห้ามใจจากอาหารหวานๆ 0:00:23.700,0:00:24.421 น้ำตาลเป็นคำสามัญ 0:00:24.421,0:00:26.549 ที่ใช้อธิบายประเภทของโมเลกุล 0:00:26.549,0:00:28.427 ที่เรียกว่าคาร์โบไฮเดรต 0:00:28.427,0:00:31.278 และมันถูกพบได้ในอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายชนิด 0:00:31.278,0:00:34.212 ลองดูฉลากบนผลิตภัณฑ์ของหวานที่คุณซื้อสิ 0:00:34.212,0:00:34.913 กลูโคส 0:00:34.913,0:00:35.695 ฟรุกโทส 0:00:35.695,0:00:36.627 ซูโครส 0:00:36.627,0:00:37.495 มอลโทส 0:00:37.495,0:00:38.295 แล็กโทส 0:00:38.295,0:00:38.969 เด็กส์โตรส 0:00:38.969,0:00:39.681 และแป้ง 0:00:39.681,0:00:41.445 ทั้งหมดนี้เป็นรูปหนึ่งของน้ำตาล 0:00:41.445,0:00:43.525 เช่นเดียวกับ แบะแซที่มีฟรุกโทสสูง 0:00:43.525,0:00:44.309 น้ำผลไม้ 0:00:44.309,0:00:45.294 น้ำตาลดิบ 0:00:45.294,0:00:46.521 และน้ำผึ้ง 0:00:46.521,0:00:49.073 และน้ำตาลก็ไม่ได้มีแค่ในลูกกวาดและของหวาน 0:00:49.073,0:00:51.188 มันยังถูกเติมลงไปในซอสมะเขือเทศ 0:00:51.188,0:00:51.846 โยเกิร์ต 0:00:51.846,0:00:52.777 ผลไม้แห้ง 0:00:52.777,0:00:53.856 น้ำแต่งรสต่างๆ 0:00:53.856,0:00:55.700 หรือกราโนล่าบาร์ 0:00:55.700,0:00:56.603 เพราะน้ำตาลมีอยู่ในทุกอย่าง 0:00:56.603,0:00:58.026 มันจึงสำคัญที่จะต้องเข้าใจ 0:00:58.026,0:00:59.906 ว่ามันส่งผลอย่างไรต่อสมอง 0:00:59.906,0:01:02.275 เกิดอะไรขึ้นเมื่อน้ำตาลโดนลิ้นคุณ 0:01:02.275,0:01:03.528 และการกินน้ำตาลเพียงเล็กน้อย 0:01:03.528,0:01:05.480 ทำให้คุณอยากมากขึ้นหรือเปล่า 0:01:05.480,0:01:07.025 คุณกินธัญพืชไปคำหนึ่ง 0:01:07.025,0:01:08.276 น้ำตาลในนั้น 0:01:08.276,0:01:10.528 กระตุ้นตัวรับรสหวาน 0:01:10.528,0:01:12.770 ที่อยู่ในตุ่มรับรสบนลิ้น 0:01:12.770,0:01:15.771 ตัวรับรสเหล่านี้ส่งสัญญาณขึ้นไปตามก้านสมอง 0:01:15.771,0:01:17.375 และจากนั้น มันก็แยกออก 0:01:17.375,0:01:19.261 ไปยังสมองส่วนหน้าหลายๆ ส่วน 0:01:19.261,0:01:21.813 หนึ่งในนั้นคือ ซีรีบรัล คอร์เท็กซ์ (cerebral cortex) 0:01:21.813,0:01:23.964 ซีรีบรัล คอร์เท็กซ์ ส่วนต่างๆ 0:01:23.964,0:01:25.864 รับผิดชอบรสชาติที่ต่างกัน 0:01:25.864,0:01:26.399 ขม 0:01:26.399,0:01:26.985 เค็ม 0:01:26.985,0:01:27.711 อุมะมิ 0:01:27.711,0:01:29.823 และในกรณีนี้ รสหวาน 0:01:29.823,0:01:31.328 จากจุดนี้ สัญญาณนั้นกระตุ้น 0:01:31.328,0:01:33.440 ระบบให้รางวัลของสมอง 0:01:33.440,0:01:34.909 ระบบให้รางวัลนี้เป็น 0:01:34.909,0:01:37.125 เส้นทางกระแสไฟฟ้าและเคมีที่ต่อกัน 0:01:37.125,0:01:39.749 พาดผ่านส่วนต่างๆ หลายส่วนในสมอง 0:01:39.749,0:01:40.873 มันเป็นเครือข่ายที่ซับซ้อน 0:01:40.873,0:01:44.171 แต่มันช่วยตอบปัญหาหนึ่งในจิตใต้สำนึก 0:01:44.171,0:01:45.877 ฉันควรทำแบบนั้นอีกไหม 0:01:45.877,0:01:47.413 ความรู้สึกอุ่นและละมุนละไมที่คุณได้รับ 0:01:47.413,0:01:49.501 เมื่อคุณชิมเค้กช็อคโกแลตของคุณยายใช่ไหม 0:01:49.501,0:01:51.295 นั่นละ ระบบให้รางวัลของคุณบอกว่า 0:01:51.295,0:01:52.753 "อืมมมม ใช่เลย" 0:01:52.753,0:01:55.090 และนั่นมันไม่ได้แค่ถูกกระตุ้นโดยอาหาร 0:01:55.090,0:01:55.935 การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม 0:01:55.935,0:01:56.795 พฤติกรรมทางเพศ 0:01:56.795,0:01:57.469 และสารเสพติด 0:01:57.469,0:01:58.931 เป็นแค่เพียงบางตัวอย่าง 0:01:58.931,0:02:00.346 ของสิ่งหรือประสบการณ์ 0:02:00.346,0:02:02.959 ที่สามารถกระตุ้นระบบการให้รางวัลได้เช่นกัน 0:02:02.959,0:02:05.145 แต่การกระตุ้นระบบให้รางวัลนี้มากเกินไป 0:02:05.145,0:02:08.435 เป็นการจุดชนวนเรื่องไม่ดีเป็นชุด 0:02:08.435,0:02:09.268 เสียการควบคุม 0:02:09.268,0:02:10.199 อยากอาหาร 0:02:10.199,0:02:12.711 และเพิ่มระดับการทนต่อน้ำตาล 0:02:12.711,0:02:14.963 ลองกลับไปยังธัญพืชคำนั้น 0:02:14.963,0:02:17.069 มันเดินทางลงไปยังกระเพาะของคุณ 0:02:17.069,0:02:18.912 และในที่สุดก็ไปอยู่ในลำไส้ 0:02:18.912,0:02:19.949 และทำไมรู้ไหม 0:02:19.949,0:02:22.380 มันมีตัวรับน้ำตาลอยู่ตรงนี้เช่นกัน 0:02:22.380,0:02:23.335 พวกมันไม่ใช่ตุ่มรับรส 0:02:23.335,0:02:24.755 แต่พวกมันส่งสัญญาณ 0:02:24.755,0:02:26.587 บอกสมองของคุณว่าคุณอิ่ม 0:02:26.587,0:02:28.709 หรือร่างกายของคุณควรที่จะผลิตอินซูลินมากกว่านี้ 0:02:28.709,0:02:31.003 เพื่อที่จะจัดการกับน้ำตาลที่คุณกินมากเกิน 0:02:31.003,0:02:32.428 อัตราแลกเปลี่ยนหลัก 0:02:32.428,0:02:34.563 ของระบบให้รางวัลของเราก็คือ โดพามีน (dopamine) 0:02:34.563,0:02:37.153 สารเคมีที่สำคัญหรือสารส่งประสาท 0:02:37.153,0:02:39.684 มันมีตัวรับโดพามีนมากมายในสมองส่วนหน้า 0:02:39.684,0:02:41.840 แต่พวกมันไม่ได้กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ 0:02:41.840,0:02:44.648 ในบางส่วนมีตัวรับกระจุกกันอยู่ 0:02:44.648,0:02:46.312 และจุดที่มีตัวรับโดพามีนอยู่มาก 0:02:46.312,0:02:48.481 คือส่วนหนึ่งของระบบให้รางวัลของเรา 0:02:48.481,0:02:49.767 สารเสพติด อย่างเครื่องดื่มแอลกอฮอล 0:02:49.767,0:02:50.436 นิโคติน 0:02:50.436,0:02:51.361 หรือเฮโรอีน 0:02:51.361,0:02:53.366 ทำให้โดพามีนพุ่งพล่าน 0:02:53.366,0:02:56.449 ทำให้คนบางคนขวนขวายอยากยาอย่างต่อเนื่อง 0:02:56.449,0:02:58.645 หรือเรียกได้ว่า อยู่ในภาวะเสพติด 0:02:58.645,0:03:01.071 น้ำตาลก็ทำให้โดพามีนถูกปลดปล่อยออกมาเช่นกัน 0:03:01.071,0:03:03.238 แม้จะไม่รุนแรงเท่าสารเสพติดก็ตามที 0:03:03.238,0:03:06.400 น้ำตาลนั้นมีไม่มากในอาหารที่เหนี่ยวนำโดพามีน 0:03:06.400,0:03:08.652 ยกตัวอย่างเช่น บล๊อคโคลี ซึ่งไม่ส่งผลอะไร 0:03:08.652,0:03:09.738 นั่นอาจอธิบาย 0:03:09.738,0:03:12.837 ว่าทำไมมันถึงยากนักที่จะให้เด็กๆ กินผัก 0:03:12.837,0:03:14.416 พูดถึงอาหารเพื่อสุขภาพ 0:03:14.416,0:03:15.620 สมมติว่าเราหิว 0:03:15.620,0:03:17.597 และตัดสินใจจะกินมื้ออาหารที่สมดุล 0:03:17.597,0:03:19.683 คุณทำเช่นนั้น และระดับโดพามีนก็พุ่ง 0:03:19.683,0:03:21.349 ในจุดที่มีระบบให้รางวัลชุกชุม 0:03:21.349,0:03:24.730 แต่ถ้าคุณกินอาหารจานเดิมนั้นหลายๆ วันติดกัน 0:03:24.730,0:03:27.063 ระดับโดพามีนจะพุ่งต่ำลงและต่ำลง 0:03:27.063,0:03:28.998 จนในที่สุดก็แบนราบ 0:03:28.998,0:03:30.643 นั่นเป็นเพราะว่าเมื่อพูดถึงอาหาร 0:03:30.643,0:03:33.077 สมองของเรามีวิวัฒนาการที่จะให้ความสนใจพิเศษ 0:03:33.077,0:03:34.955 กับรสใหม่ๆ หรือรสที่ต่างออกไป 0:03:34.955,0:03:35.900 ทำไมหรือ 0:03:35.900,0:03:37.070 มีสองเหตุผล 0:03:37.070,0:03:39.444 ประการแรก เพื่อที่จะตรวจพบอาหารที่เน่าเสีย 0:03:39.444,0:03:41.731 และประการที่สอง เพราะว่ายิ่งการรับประทานของเรา 0:03:41.731,0:03:42.753 มีความหลากหลายมากเท่าไร 0:03:42.753,0:03:43.840 เราก็ยิ่งจะได้รับสารอาหารทั้งหมดที่เราต้องการ 0:03:43.840,0:03:45.876 มากเท่านั้น 0:03:45.876,0:03:47.251 เพื่อที่จะรักษาระดับความหลากหลาย 0:03:47.251,0:03:49.663 เราจำเป็นต้องสามารถจดจำอาหารใหม่ได้ 0:03:49.663,0:03:50.839 และที่สำคัญไปกว่านั้น 0:03:50.839,0:03:53.544 เราจำเป็นต้องอยากกินอาหารใหม่เรื่อยๆ 0:03:53.544,0:03:55.505 และนั่นเป็นเหตุว่าทำไมระดับโดพามีลดลง 0:03:55.505,0:03:57.367 เมื่ออาหารกลายเป็นสิ่งน่าเบื่อ 0:03:57.367,0:03:58.966 เอาล่ะ กลับไปยังอาหาร 0:03:58.966,0:04:00.423 เกิดอะไรขึ้นถ้าแทนที่จะกิน 0:04:00.423,0:04:02.092 อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารที่มีความสมดุล 0:04:02.092,0:04:04.307 คุณกินอาหารที่มีน้ำตาลสูงแทน 0:04:04.307,0:04:05.840 ถ้าคุณแทบจะไม่ได้กินน้ำตาล 0:04:05.840,0:04:07.339 หรือไม่ได้กินมาก ณ ตอนนั้น 0:04:07.339,0:04:09.973 ผลนั้นคล้ายกับผลจากอาหารที่สมดุล 0:04:09.973,0:04:11.174 แต่ถ้าคุณกินมากเกินไป 0:04:11.174,0:04:13.726 การตอบสนองของโดพามีนนั้นไม่ได้ลดลง 0:04:13.726,0:04:15.493 หรืออีกนัยหนึ่ง กินน้ำตาลมากๆ 0:04:15.493,0:04:17.745 จะทำให้ยังรู้สึกได้รับรางวัลเรื่อยๆ 0:04:17.745,0:04:21.153 ด้วยเหตุนี้ น้ำตาลเลยมีพฤติกรรมคล้ายสารเสพติดหน่อยๆ 0:04:21.153,0:04:22.933 มันเป็นเหตุผลหนึ่งที่คนเหมือนจะติดใจ 0:04:22.933,0:04:24.621 อาหารหวานๆ 0:04:24.621,0:04:27.267 เอาล่ะ คิดกลับไปยังน้ำตาลชนิดต่างๆ สิ 0:04:27.267,0:04:28.740 แต่ละตัวนั้นต่างกัน 0:04:28.740,0:04:30.928 แต่ทุกๆ ครั้งที่น้ำตาลถูกกิน 0:04:30.928,0:04:33.382 จะจุดชนวนผลกระทบต่อเนื่องแบบโดมิโนล้ม[br]ในสมอง 0:04:33.382,0:04:35.289 ที่จุดความรู้สึกเหมือนได้รางวัล 0:04:35.289,0:04:36.544 มากเกินไป บ่อยเกินไป 0:04:36.544,0:04:38.720 และสิ่งนี้อาจจะบานปลายได้ 0:04:38.720,0:04:40.922 ดังนั้น ใช่แล้ว การบริโภคน้ำตาลมากเกินไป 0:04:40.922,0:04:42.975 จะส่งผลกระทบต่อสมองทำให้เกิดภาวะเสพติดได้ 0:04:42.975,0:04:46.178 แต่นานๆ ทีกินเค้กสักชิ้น คงไม่เป็นไรหรอก