1 00:00:06,383 --> 00:00:11,110 มนุษย์เรามียีนประมาณ 20,000 ยีนในดีเอ็นเอ 2 00:00:11,110 --> 00:00:13,950 เป็นรหัสในการสร้างโมเลกุลต่างๆ ที่ประกอบกันเป็นร่างกายมนุษย์ 3 00:00:13,958 --> 00:00:17,990 ตั้งแต่ เคราตินในเล็บเท้า ถึงคอลลาเจนที่ปลายจมูก 4 00:00:17,990 --> 00:00:21,287 จนถึงโดพามีนที่ขับออกมาในสมอง 5 00:00:21,287 --> 00:00:23,678 สิ่งมีชีวิตอื่นมียีนเฉพาะของพวกมัน 6 00:00:23,678 --> 00:00:26,094 แมงมุมมียีนสำหรับสร้างใยแมงมุม 7 00:00:26,094 --> 00:00:30,808 ต้นโอ๊คมียีนสร้างคลอโรฟิลล์ ที่เปลี่ยนพลังงานแสงแดดมาสร้างเป็นเนื้อไม้ 8 00:00:30,808 --> 00:00:33,332 แล้วยีนเหล่านี้มาจากไหนกัน? 9 00:00:33,332 --> 00:00:35,225 คำตอบขึ้นอยู่กับชนิดของยีน 10 00:00:35,225 --> 00:00:40,254 นักวิทยาศาสตร์คาดว่าชีวิตบนโลก เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 4 พันล้านปีก่อน 11 00:00:40,254 --> 00:00:42,741 ชีวิตรูปแบบแรกๆ คือ จุลินทรีย์ 12 00:00:42,741 --> 00:00:47,380 ที่มีชุดยีนพื้นฐาน สำหรับงานพื้นฐาน พอเพียงสำหรับการดำรงชีพ 13 00:00:47,380 --> 00:00:50,175 พวกมันส่งต่อยีนพื้นฐานเหล่านั้นสู่ลูกหลาน 14 00:00:50,175 --> 00:00:52,321 นับพันล้านรุ่น 15 00:00:52,321 --> 00:00:57,955 บางยีนยังคงทำหน้าที่เดิมอยู่จนถึงทุกวันนี้ เช่น การทำสำเนาดีเอนเอ 16 00:00:57,955 --> 00:01:01,942 แต่พวกจุลินทรีย์เหล่านั้นก็ไม่มียีน สำหรับสร้าง ใยแมงมุม หรือโดพามีน 17 00:01:01,942 --> 00:01:06,689 ทุกวันนี้มียีนเกิดขึ้นมากมายบนโลก มากกว่ายีนที่มีในยุคแรก 18 00:01:06,689 --> 00:01:11,468 ทว่ายีนใหม่ๆ ที่มีคุณสมบัติพิเศษนี้ เกิดจากความผิดพลาด 19 00:01:11,468 --> 00:01:15,605 แต่ละครั้งที่เซลล์แบ่งตัว มันก็สร้างดีเอ็นเอขึ้นมาอีกชุด 20 00:01:15,605 --> 00:01:20,167 บางครั้งมีการได้สร้างดีเอ็นเอช่วงเดิม ถึงสองหน 21 00:01:20,167 --> 00:01:24,592 ผลก็คือ มันอาจทำให้ได้ยีนเกินมาอีกชุดด้วย 22 00:01:24,592 --> 00:01:27,818 ตอนแรก ยีนที่เกินมาก็ยังคงทำหน้าที่เหมือนเดิม 23 00:01:27,818 --> 00:01:32,054 แต่เมื่อผ่านไปหลายชั่วอายุ มันอาจเกิดการกลายพันธุ์ขึ้น 24 00:01:32,054 --> 00:01:35,394 การกลายพันธุ์อาจทำให้เกิด ยีนที่ทำหน้าที่ใหม่ขึ้นมา 25 00:01:35,394 --> 00:01:38,144 และยีนใหม่นี้ก็อาจถูกเพิ่มจำนวนอีก 26 00:01:38,144 --> 00:01:41,947 การกลายพันธุ์มากมายในยีนของเรา เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ 27 00:01:41,947 --> 00:01:45,035 หลายยีนเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ล้านปีที่ผ่านมา 28 00:01:45,035 --> 00:01:50,055 การกลายพันธุ์ครั้งล่าสุดเกิดเมื่อสายพันธุ์มนุษย์ วิวัฒนาการแยกออกจากลิงไม่มีหางญาติของเรา 29 00:01:50,055 --> 00:01:54,148 มันอาจจะใช้เวลาเป็นล้านปี ในการทำให้เกิดยีนขึ้นมา 1ยีน 30 00:01:54,148 --> 00:01:55,905 จนกลายเป็นชุดยีนที่มีอยู่ทั้งหมด 31 00:01:55,905 --> 00:01:58,872 นักวิทยาศาสตร์พบว่า เมื่อยีนใหม่เกิดขึ้นมา 32 00:01:58,872 --> 00:02:01,695 มันสามารถทำหน้าที่ที่สำคัญได้อย่างรวดเร็ว 33 00:02:01,695 --> 00:02:06,405 เช่น เรามียีนนับร้อย สำหรับสร้างโปรตีนในจมูก 34 00:02:06,405 --> 00:02:08,647 ที่ทำหน้าที่จับโมเลกุลของอนุภาคกลิ่น 35 00:02:08,647 --> 00:02:11,298 การกลายพันธุ์ทำให้พวกมันสามารถ จับโมเลกุลใหม่ๆ ได้ 36 00:02:11,298 --> 00:02:14,951 ทำให้เราจำแนกกลิ่นต่างๆ ได้มากมาย 37 00:02:14,951 --> 00:02:19,383 บางครั้งการกลายพันธุ์มีผลกระทบใหญ่หลวง ต่อยีนชุดใหม่ 38 00:02:19,383 --> 00:02:22,913 พวกมันอาจทำให้ยีนนั้นทำหน้าที่ สร้างโปรตีนในอวัยวะอื่น 39 00:02:22,913 --> 00:02:25,446 หรือในช่วงที่ต่างออกไปในชีวิตของเรา 40 00:02:25,446 --> 00:02:29,175 หรือโปรตีนอาจทำหน้าที่ใหม่ๆ 41 00:02:29,175 --> 00:02:33,640 ตัวอย่างเช่น งู มียีนที่สร้างโปรตีนสำหรับฆ่าแบคทีเรีย 42 00:02:33,640 --> 00:02:38,243 เมื่อนานมาแล้วยีนนี้ถูกเพิ่มจำนวนขึ้น และได้เกิดกลายพันธุ์ 43 00:02:38,243 --> 00:02:40,957 การกลายพันธุ์ได้เปลี่ยนการส่งสัญญาณในยีน 44 00:02:40,957 --> 00:02:43,199 ที่เกี่ยวกับตำแหน่งที่มันควรสร้างโปรตีน 45 00:02:43,199 --> 00:02:45,800 แทนที่ยีนจะทำงานในตับอ่อนของงู 46 00:02:45,800 --> 00:02:50,569 มันกลับเริ่มสร้างโปรตีนสำหรับฆ่าแบคทีเรียขึ้น ในช่องปากแทน 47 00:02:50,569 --> 00:02:55,048 เมื่องูไปกัดเหยี่อของมัน เอนไซม์ดังกล่าวก็เข้าสู่บาดแผล 48 00:02:55,048 --> 00:02:57,949 และเมื่อโปรตีนนี้ได้แสดงให้เห็นถึงพิษสงของมัน 49 00:02:57,949 --> 00:03:00,060 ที่ช่วยให้งูจับเหยื่อได้มากขึ้น 50 00:03:00,060 --> 00:03:01,922 ยีนนั้นจึงเป็นที่โปรดปราน 51 00:03:01,922 --> 00:03:05,733 ตอนนี้ยีนที่เคยทำงานในตับอ่อน ได้มาสร้างพิษที่ปากงูแทน 52 00:03:05,733 --> 00:03:07,779 ซึ่งช่วยในการฆ่าเหยื่อของงู 53 00:03:07,779 --> 00:03:10,990 มันยังมีวิธีอื่นอีกมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ ในการเกิดยีนใหม่ๆ 54 00:03:10,990 --> 00:03:13,883 ดีเอ็นเอของพืช สัตว์ รวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆ 55 00:03:13,883 --> 00:03:18,197 มีส่วนของสายดีเอ็นเอที่ไม่มียีนที่ถอดรหัสได้โปรตีน 56 00:03:18,197 --> 00:03:22,053 เท่าที่นักวิทยาศาสตร์ทราบ พวกมันส่วนใหญ่ประกอบไปด้วย 57 00:03:22,053 --> 00:03:24,676 ลำดับแบบสุ่มที่ไม่มีความหมายหรือหน้าที่เฉพาะ 58 00:03:24,676 --> 00:03:28,704 ส่วนของดีเอ็นเอเหล่านี้บางครั้งได้กลายพันธุ์ เหมือนที่เกิดกับยีน 59 00:03:28,704 --> 00:03:31,821 ซึ่งการกลายพันธุ์บางครั้งทำให้ ดีเอ็นเอส่วนนั้นมีประโยชน์ขึ้นมา 60 00:03:31,821 --> 00:03:34,307 ทำให้เซลล์สามารถเริ่มถอดรหัสมันได้ 61 00:03:34,307 --> 00:03:36,977 ทันใดนั้นก็เกิดการสร้างโปรตีนชนิดใหม่ขึ้น 62 00:03:36,977 --> 00:03:40,515 ตอนแรก โปรตีนชนิดใหม่ อาจไม่มีประโยชน์และอาจเป็นโทษ 63 00:03:40,515 --> 00:03:43,913 แต่การกลายพันธุ์ที่เพิ่มขึ้น สามารถเปลี่ยนโครงสร้างของโปรตีน 64 00:03:43,913 --> 00:03:45,999 ทำให้มันอาจทำหน้าที่ซึ่งเป็นประโยชน์ 65 00:03:45,999 --> 00:03:48,616 เช่น ทำให้มีสุขภาพดีขึ้น หรือแข็งแรงขึ้น 66 00:03:48,616 --> 00:03:50,941 เพิ่มโอกาสในการสืบพันธุ์ 67 00:03:50,941 --> 00:03:55,233 นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบยีนใหม่ๆ เหล่านี้ ทำงานตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย 68 00:03:55,233 --> 00:03:58,643 ดังนั้นยีน 20,000 ยีนของเรา มีจุดกำเนิดที่หลากหลาย 69 00:03:58,643 --> 00:04:03,577 ตั้งแต่จุดกำเนิดของสิ่งมีชีวิต ไปจนถึงยีนใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นมาใหม่ 70 00:04:03,577 --> 00:04:07,196 ตราบเท่าที่ยังมีสิ่งมีชีวิตบนโลก ยีนใหม่ๆ ก็ยังคงเกิดขึ้นมาอยู่เรื่อยๆ