1 00:00:00,000 --> 00:00:02,000 ในอุตสาหกรรมของผม 2 00:00:02,000 --> 00:00:05,000 เราเชื่อกันว่าภาพถ่ายสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ 3 00:00:05,000 --> 00:00:08,000 โอเคหล่ะ พวกเราซื่อ พวกเรากระตือรือร้น 4 00:00:08,000 --> 00:00:10,000 ความจริงคือ พวกเราต่างรู้ว่า 5 00:00:10,000 --> 00:00:12,000 ภาพถ่ายเหล่านั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงโลกด้วยตัวของมันเอง 6 00:00:12,000 --> 00:00:15,000 แต่พวกเราก็ตระหนักดีตั้งแต่เริ่มมีการถ่ายภาพว่า 7 00:00:15,000 --> 00:00:18,000 ภาพถ่ายได้กระตุ้นปฏิกิริยาของผู้คนมาโดยตลอด 8 00:00:18,000 --> 00:00:21,000 และปฏิกิริยาเหล่านั้นเองที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น 9 00:00:21,000 --> 00:00:24,000 เอาหล่ะ เรามาเริ่มกันที่รูปภาพจำนวนหนึ่ง 10 00:00:24,000 --> 00:00:26,000 ผมจะประหลาดใจมาก 11 00:00:26,000 --> 00:00:29,000 ถ้าหากว่าพวกคุณไม่รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาหลายๆภาพ หรือภาพส่วนใหญ่ในนี้ 12 00:00:29,000 --> 00:00:31,000 ภาพถ่ายเหล่านี้ล้วนเป็นภาพเชิงสัญลักษณ์ 13 00:00:31,000 --> 00:00:34,000 เป็นสัญลักษณ์มาก จนบางทีอาจจะเป็นเรื่องซ้ำซาก 14 00:00:34,000 --> 00:00:36,000 จริงๆแล้ว ภาพเหล่านี้ล้วนเป็นที่รู้จักอย่างดี 15 00:00:36,000 --> 00:00:38,000 ดังนั้นพวกคุณน่าจะจำมันได้ 16 00:00:38,000 --> 00:00:41,000 ในรูปแบบที่ค่อนข้างคล้าย หรือแตกต่างไป 17 00:00:42,000 --> 00:00:44,000 เสียงหัวเราะ 18 00:00:45,000 --> 00:00:47,000 แต่ผมคิดว่าพวกเรากำลังมองหาบางสิ่งที่มากขึ้นไปกว่านั้น 19 00:00:47,000 --> 00:00:49,000 พวกเรากำลังมองหาบางสิ่งที่มากขึ้นไปอีก 20 00:00:49,000 --> 00:00:51,000 พวกเรากำลังมองหาภาพถ่ายที่โดดเด่น 21 00:00:51,000 --> 00:00:54,000 ที่เป็นแสงสว่างที่ไม่ปราณีต่อประเด็นอันโหดร้าย 22 00:00:54,000 --> 00:00:57,000 รูปภาพที่อยู่เหนือเขตแดน รูปภาพที่อยู่เหนือศาสนา 23 00:00:57,000 --> 00:00:59,000 รูปภาพที่จุดประกายพวกเรา 24 00:00:59,000 --> 00:01:01,000 ให้ลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง 25 00:01:01,000 --> 00:01:03,000 หรืออีกนัยนึง คือลุกขึ้นมาปฏิบัตินั่นเอง 26 00:01:03,000 --> 00:01:06,000 เอาหล่ะ ภาพนี้ ที่พวกคุณได้เห็น 27 00:01:06,000 --> 00:01:08,000 มันเปลี่ยนแปลงมุมมองของพวกเราที่มีต่อโลกทางกายภาพ 28 00:01:08,000 --> 00:01:11,000 พวกเราไม่เคยเห็นโลกของเราจากมุมมองนี้มาก่อน 29 00:01:11,000 --> 00:01:13,000 หลายๆคนยกประโยชน์ให้ว่า 30 00:01:13,000 --> 00:01:15,000 การเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นมา หลายครั้ง 31 00:01:15,000 --> 00:01:17,000 มาจากการมองเห็นโลกในมุมมองนี้ 32 00:01:17,000 --> 00:01:19,000 เป็นครั้งแรก 33 00:01:19,000 --> 00:01:21,000 ความเล็กของมัน ความเปราะบางของมัน 34 00:01:22,000 --> 00:01:25,000 สี่สิบปีต่อมา คนกลุ่มนี้ 35 00:01:25,000 --> 00:01:27,000 ต่างตระหนักดีถึงพลังทำลายล้างนี้ก่อนใครๆ 36 00:01:27,000 --> 00:01:30,000 ว่าเผ่าพันธุ์ของเราสามารถเปลี่ยนผันสิ่งแวดล้อมของเราได้ 37 00:01:30,000 --> 00:01:33,000 และท้ายที่สุด เรากำลังทำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับมันอยู่ 38 00:01:34,000 --> 00:01:37,000 พลังทำลายล้างนี้มีหลากหลายรูปแบบ 39 00:01:37,000 --> 00:01:40,000 ยกตัวอย่างเช่น ภาพถ่ายเหล่านี้ถูกถ่ายโดย เบรนท์ สเตอร์ตัน (Brent Stirton) 40 00:01:40,000 --> 00:01:42,000 ในประเทศคองโก 41 00:01:42,000 --> 00:01:45,000 ลิงกอริลล่าเหล่านี้ถูกฆ่า บางตัวถูกขึงพืด 42 00:01:45,000 --> 00:01:47,000 และไม่น่าแปลกใจเลย 43 00:01:47,000 --> 00:01:49,000 ภาพถ่ายเหล่านี้ได้จุดประกายการต่อต้านในระดับนานาชาติ 44 00:01:49,000 --> 00:01:51,000 เร็วๆนี้ 45 00:01:51,000 --> 00:01:54,000 พวกเราได้ถูกเตือนอย่างน่าสลดใจถึงพลังทำลายล้างของธรรมชาติเอง 46 00:01:54,000 --> 00:01:56,000 ด้วยเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เพิ่งเกิดขึ้นในประเทศเฮติ 47 00:01:57,000 --> 00:02:00,000 สิ่งที่ผมคิดว่าเลวร้ายไปกว่านั้น 48 00:02:00,000 --> 00:02:02,000 ก็คือพลังทำลายล้างของมนุษย์ที่มีต่อมนุษย์ด้วยกันเอง 49 00:02:02,000 --> 00:02:05,000 ซามูเอล ปิซาร์ (Samuel Pisar) ผู้รอดชีวิตจากค่ายเอาช์วิตซ์ กล่าวเอาไว้ 50 00:02:05,000 --> 00:02:07,000 และผมจะยกคำพูดของเขามา 51 00:02:07,000 --> 00:02:09,000 "การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์สอนพวกเราว่า ธรรมชาติ 52 00:02:09,000 --> 00:02:12,000 แม้ในเวลาที่โหดร้ายที่สุด 53 00:02:12,000 --> 00:02:15,000 ก็ยังอ่อนโยนเมื่อเทียบกับมนุษย์ 54 00:02:15,000 --> 00:02:18,000 ในยามที่เขาขาดเข็มทิศทางศีลธรรมและเหตุผล" 55 00:02:18,000 --> 00:02:21,000 ยังมีรูปแบบอื่นของการถูกตรึงไม้กางเขนอีก 56 00:02:21,000 --> 00:02:23,000 ภาพถ่ายอันน่ากลัวหลายๆภาพ จาก อาบูเกรียบ (Abu Ghraib) 57 00:02:23,000 --> 00:02:25,000 เช่นเดียวกับบรรดาภาพถ่ายจาก กวนทานาโม (Guantanamo) 58 00:02:25,000 --> 00:02:27,000 ล้วนมีอิทธิพลอย่างลึกซึ้ง 59 00:02:27,000 --> 00:02:29,000 การเผยแพร่ภาพถ่ายเหล่านี้ 60 00:02:29,000 --> 00:02:31,000 เพื่อต่อต้านเรื่องราวในรูปภาพเอง 61 00:02:31,000 --> 00:02:34,000 ทำให้รัฐบาลต้องเปลี่ยนแปลงนโยบายหลายๆเรื่อง 62 00:02:34,000 --> 00:02:36,000 หลายคนอาจโต้แย้งว่าภาพถ่ายเหล่านั้นเองต่างหาก 63 00:02:36,000 --> 00:02:39,000 ที่เป็นเชื้อเพลิงความไม่สงบในอิรัก 64 00:02:39,000 --> 00:02:41,000 มากกว่าการกระทำอื่นใด 65 00:02:41,000 --> 00:02:44,000 ยิ่งไปกว่านั้น ภาพถ่ายเหล่านั้นได้ถอด 66 00:02:44,000 --> 00:02:47,000 สิ่งที่เรียกว่ามาตรฐานศีลธรรมอันสูงส่งของกำลังพลที่ยึดครองอิรักไปตลอดกาล 67 00:02:47,000 --> 00:02:49,000 ย้อนกลับไปนิดหน่อย 68 00:02:49,000 --> 00:02:51,000 ในช่วงทศวรรษ 1960 และ 1970 69 00:02:51,000 --> 00:02:53,000 สงครามเวียดนามได้ถูกถ่ายทอด 70 00:02:53,000 --> 00:02:55,000 สู่(ทีวีใน)ห้องนั่งเล่นของชาวอเมริกันทุกเมื่อเชื่อวัน 71 00:02:55,000 --> 00:02:58,000 ภาพข่าวนำผู้คนมาเผชิญหน้า 72 00:02:58,000 --> 00:03:01,000 กับเหยื่อของสงคราม เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึงถูกเผาด้วยลูกระเบิดเชื้อเพลิง 73 00:03:02,000 --> 00:03:04,000 นักศึกษาคนนึงถูกฆ่าโดยเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันความมั่นคงแห่งชาติ 74 00:03:04,000 --> 00:03:07,000 ที่มหาวิทยาลัยเคนท์สเตท ในรัฐโอไฮโอระหว่างการประท้วง 75 00:03:07,000 --> 00:03:09,000 จริงๆแล้ว ภาพถ่ายเหล่านี้กลายมาเป็น 76 00:03:09,000 --> 00:03:11,000 กระบอกเสียงให้กับการประท้วงเอง 77 00:03:11,000 --> 00:03:13,000 ตอนนี้ ภาพถ่ายนั้นมีพลัง 78 00:03:13,000 --> 00:03:15,000 ที่จะกระจายแสงแห่งความเข้าใจ 79 00:03:15,000 --> 00:03:17,000 บนความเคลือบแคลง ความเพิกเฉย 80 00:03:17,000 --> 00:03:19,000 และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง -- ผมได้พูดถึงสิ่งเหล่านี้บ่อยครั้ง 81 00:03:19,000 --> 00:03:22,000 แต่ผมจะแค่โชว์รูปภาพหนึ่ง -- 82 00:03:22,000 --> 00:03:24,000 ประเด็นของเชื้อเอชไอวีหรือเอดส์ 83 00:03:25,000 --> 00:03:28,000 ในช่วงทศวรรษ 1980 ความรู้สึกอัปยศอดสูที่ผู้คนมีต่อโรคนี้ 84 00:03:28,000 --> 00:03:30,000 เป็นกำแพงอันยิ่งใหญ่ 85 00:03:30,000 --> 00:03:32,000 ที่กีดกันผู้คนให้ไม่กล้าแม้แต่จะถกประเด็นหรือพูดถึงมัน 86 00:03:32,000 --> 00:03:35,000 พฤติกรรมหนึ่งที่แสนธรรมดาในปี ค.ศ.1987 ของผู้หญิงที่โด่งดังมากที่สุดในโลก 87 00:03:35,000 --> 00:03:37,000 เจ้าหญิงแห่งเวลล์ (เจ้าหญิงไดอาน่า) กำลังสัมผัส 88 00:03:37,000 --> 00:03:39,000 เด็กน้อยที่ติดเชื้อเอชไอวีหรือเอดส์คนหนึ่ง 89 00:03:39,000 --> 00:03:42,000 สร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะในยุโรป ที่จะหยุดยั้งความรู้สึกอดสู 90 00:03:42,000 --> 00:03:45,000 เธอรู้ดีกว่าใครๆ ถึงพลังของรูปภาพ 91 00:03:46,000 --> 00:03:48,000 ดังนั้น เมื่อพวกเราได้เผชิญหน้ากับรูปภาพที่ทรงพลังมาก 92 00:03:48,000 --> 00:03:50,000 พวกเราทุกคนล้วนมีทางเลือก 93 00:03:50,000 --> 00:03:53,000 พวกเราสามารถมองข้าม หรือพวกเราสามารถให้ความสำคัญกับรูปภาพนั้น 94 00:03:53,000 --> 00:03:55,000 เป็นที่น่าขอบคุณ เมื่อรูปภาพเหล่านี้ปรากฎขึ้นใน 95 00:03:55,000 --> 00:03:57,000 หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน (Guardian) ในปี ค.ศ.1998 96 00:03:57,000 --> 00:04:00,000 ผู้คนให้ความสนใจอย่างสูง และในที่สุดคือให้เงินจำนวนมาก 97 00:04:00,000 --> 00:04:02,000 ในความปฏิบัติงานบรรเทาความอดอยากในประเทศซูดาน 98 00:04:02,000 --> 00:04:04,000 รูปถ่ายเปลี่ยนแปลงโลกหรือไม่ ? 99 00:04:04,000 --> 00:04:06,000 ไม่ครับ แต่รูปถ่ายมีอิทธิพลที่สำคัญมาก 100 00:04:07,000 --> 00:04:09,000 ภาพถ่ายหลายๆรูป หลายครั้งผลักดันเราไปสู่การตั้งคำถามต่อความเชื่อหลักของพวกเรา 101 00:04:09,000 --> 00:04:12,000 รวมไปถึงความรับผิดชอบซึ่งกันและกัน 102 00:04:12,000 --> 00:04:14,000 พวกเราทั้งหมดเห็นรูปภาพเหล่านั้นหลังจากเหตุการณ์พายุเฮอร์ริเคนแคทริน่า 103 00:04:14,000 --> 00:04:16,000 และผมคิดว่าสำหรับคนนับล้านๆ 104 00:04:16,000 --> 00:04:18,000 พวกเขาได้รับอิทธิพลอย่างสูงจากภาพถ่ายเหล่านี้ 105 00:04:18,000 --> 00:04:20,000 และผมคิดว่า แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย 106 00:04:20,000 --> 00:04:22,000 ที่พวกเขาเคยอยู่ห่างจากจิตวิญญาณของอเมริกันชน 107 00:04:22,000 --> 00:04:25,000 เมื่อคราวที่พวกเขาออกไปเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนในปี 2008 108 00:04:26,000 --> 00:04:29,000 โชคร้ายที่รูปภาพที่สำคัญมากจำนวนหลายภาพ 109 00:04:29,000 --> 00:04:32,000 ถูกมองว่าโจ่งแจ้ง หรือขัดหูขัดตาเกินไปกว่าที่เราควรจะได้เห็น 110 00:04:33,000 --> 00:04:35,000 ผมจะแสดงรูปภาพหนึ่งแก่พวกคุณในที่นี้ 111 00:04:35,000 --> 00:04:38,000 คือภาพถ่ายทหารผ่านศึกจากสงครามอิรักโดย ยูจีน ริชาร์ดส์ 112 00:04:38,000 --> 00:04:40,000 จากผลงานชิ้นที่พิเศษกว่าชิ้นอื่นๆ 113 00:04:40,000 --> 00:04:43,000 ซึ่งไม่เคยเผยแพร่มาก่อน ชื่อว่า "สงครามเป็นเรื่องเฉพาะตน (War is Personal)" 114 00:04:43,000 --> 00:04:45,000 แต่รูปภาพไม่จำเป็นต้องโจ่งแจ้ง 115 00:04:45,000 --> 00:04:47,000 ในการที่จะเตือนพวกเราถึงโศกนาฏกรรมของสงคราม 116 00:04:47,000 --> 00:04:50,000 จอห์น มอร์ ถ่ายรูปนี้ที่สุสานอาร์ลิงตัน 117 00:04:50,000 --> 00:04:52,000 หลังผ่านภาวะตึงเครียดของเหตุการณ์ขัดแย้ง 118 00:04:52,000 --> 00:04:55,000 ในทุกๆพื้นที่ความขัดแย้งทั้งหมดบนโลก 119 00:04:55,000 --> 00:04:58,000 มีภาพถ่ายภาพหนึ่งจากสถานที่ที่เงียบสงบกว่าอย่างมาก 120 00:04:58,000 --> 00:05:01,000 ซึ่งยังหลอกหลอนผมอยู่ มากกว่ารูปภาพอื่นๆ 121 00:05:02,000 --> 00:05:05,000 ผมไม่เห็นด้วยกับ เอนเซล อดัมส์ ที่กล่าวไว้ว่า 122 00:05:05,000 --> 00:05:08,000 "คุณไม่ได้ถ่ายภาพ แต่คุณสร้างมัน" 123 00:05:08,000 --> 00:05:10,000 ในความเห็นของผม ช่างถ่ายภาพไม่ใช่ผู้สร้างภาพถ่ายขึ้นมา 124 00:05:10,000 --> 00:05:12,000 แต่เป็นคุณต่างหากหล่ะ 125 00:05:12,000 --> 00:05:14,000 พวกเรานำเอา 126 00:05:14,000 --> 00:05:16,000 ค่านิยมของพวกเรา ระบบความเชื่อของพวกเราใส่ไปในรูปภาพแต่ละรูป 127 00:05:16,000 --> 00:05:19,000 และผลลัพธ์ก็คือ รูปภาพสะท้อนอยู่ในตัวเรา 128 00:05:19,000 --> 00:05:21,000 บริษัทของผมมีภาพถ่ายประมาณ 70 ล้านรูป 129 00:05:21,000 --> 00:05:24,000 ผมติดไว้ในห้องทำงานเพียงภาพเดียว 130 00:05:24,000 --> 00:05:26,000 คือภาพนี้ 131 00:05:26,000 --> 00:05:28,000 ผมหวังว่า ครั้งหน้าเมื่อพวกคุณได้เห็น 132 00:05:28,000 --> 00:05:30,000 รูปภาพที่จุดประกายบางอย่างในตัวคุณ 133 00:05:30,000 --> 00:05:32,000 คุณจะสามารถเข้าใจได้ดีขึ้นว่าทำไม 134 00:05:32,000 --> 00:05:35,000 และผมรู้ว่าสำหรับพวกคุณในที่นี้ 135 00:05:35,000 --> 00:05:37,000 คุณจะต้องทำอะไรขึ้นมาสักอย่างอย่างแน่นอน 136 00:05:37,000 --> 00:05:39,000 และขอบคุณช่างถ่ายภาพทุกคนครับ 137 00:05:39,000 --> 00:05:41,000 (เสียงปรบมือ)