1 00:00:00,904 --> 00:00:02,183 ฉันเคยคิดว่า 2 00:00:02,207 --> 00:00:05,941 เราเกิดมา เพื่อที่จะหาความสุขในชีวิตเป็นหลัก 3 00:00:06,680 --> 00:00:10,064 ทุกคนบอกว่า ความสำเร็จนำมาซึ่งความสุข 4 00:00:10,088 --> 00:00:12,586 ฉันจึงพยายามหางานดี ๆ ทำ 5 00:00:12,610 --> 00:00:15,641 หาแฟนที่แสนน่ารัก หาอพาร์ทเมนต์ที่สวยหรู 6 00:00:16,998 --> 00:00:19,996 แต่ถึงมีสิ่งเหล่านี้แล้ว ฉันก็ไม่ได้รู้สึกพึงพอใจเลย 7 00:00:20,020 --> 00:00:22,624 ฉันกลับรู้สึกกังวล เคว้งคว้าง 8 00:00:23,195 --> 00:00:27,204 และฉันไม่ได้รู้สึกแบบนี้คนเดียวด้วย เพื่อนหลายคนก็รู้สึกแย่พอกัน 9 00:00:28,720 --> 00:00:32,989 ในที่สุด ฉันจึงตัดสินใจไปเรียนต่อโท ด้านจิตวิทยาเชิงบวก 10 00:00:33,013 --> 00:00:36,233 เพื่อจะได้รู้ว่า อะไรทำให้คนเรา มีความสุขจริง ๆ 11 00:00:36,971 --> 00:00:39,627 แต่ฉันได้พบ เป็นสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตของฉันเอง 12 00:00:40,452 --> 00:00:45,062 มีข้อมูลชี้ว่า การวิ่งไล่หาความสุข อาจทำให้เราเป็นทุกข์ 13 00:00:45,967 --> 00:00:48,224 เรื่องที่ทำฉันอึ้งมากก็คือ 14 00:00:49,058 --> 00:00:51,845 อัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก 15 00:00:51,869 --> 00:00:54,960 ในอเมริกา ไม่นานมานี้ ตัวเลขขึ้นสูงสุดในรอบ 30 ปี 16 00:00:55,753 --> 00:00:58,516 แม้ว่าความเป็นอยู่ของคนเราจะดีขึ้นจริง ๆ 17 00:00:58,540 --> 00:01:01,230 ถ้าดูจากตัวชี้วัดต่าง ๆ 18 00:01:01,254 --> 00:01:03,453 แต่กลับมีคนที่รู้สึกสิ้นหวังมากขึ้น 19 00:01:03,477 --> 00:01:05,602 ทั้งซึมเศร้าและอ้างว้าง 20 00:01:06,214 --> 00:01:09,027 ความเปล่าเปลี่ยวกำลังกัดกินจิตใจผู้คน 21 00:01:09,051 --> 00:01:12,321 คุณก็รู้สึกได้ โดยไม่ต้องเป็นโรคซึมเศร้า 22 00:01:12,345 --> 00:01:15,245 ถึงจุดหนึ่ง เราทุกคนจะสงสัยว่า 23 00:01:15,784 --> 00:01:18,016 ชีวิตมีแค่นี้เองหรือ 24 00:01:19,167 --> 00:01:22,373 งานวิจัยบอกว่า สิ่งที่ทำนายความรู้สึกสิ้นหวัง 25 00:01:22,397 --> 00:01:24,224 ไม่ใช่การขาดความสุข 26 00:01:24,248 --> 00:01:26,090 แต่เป็นการขาดเรื่องอื่น 27 00:01:26,817 --> 00:01:29,755 นั่นคือ ขาดความหมายในชีวิต 28 00:01:30,962 --> 00:01:33,355 ฉันเลยถามตัวเองว่า 29 00:01:33,855 --> 00:01:36,454 มีอะไรที่สำคัญต่อชีวิต มากกว่าความสุขหรือ 30 00:01:37,216 --> 00:01:39,639 อะไรคือความแตกต่างระหว่างความสุข 31 00:01:39,663 --> 00:01:41,554 กับการมีความหมายในชีวิต 32 00:01:42,879 --> 00:01:47,479 นักจิตวิทยาบอกว่า ความสุขคือ ความรู้สึกที่สบายผ่อนคลาย 33 00:01:47,503 --> 00:01:49,392 เมื่อมีความสุข เราจะรู้สึกดี 34 00:01:50,098 --> 00:01:51,756 แต่ความหมายเป็นอะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้น 35 00:01:52,278 --> 00:01:54,842 มาร์ติน เซลิกแมน นักจิตวิทยาชื่อดังบอกว่า 36 00:01:54,866 --> 00:01:59,513 ความหมายมาจากการเป็นส่วนหนึ่งของสิ่ง ที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเรา และรับใช้สิ่งนั้น 37 00:01:59,537 --> 00:02:02,220 และยังมาจากการพัฒนาตัวเองให้เก่ง 38 00:02:03,617 --> 00:02:06,212 เราอยู่ในวัฒนธรรมที่หมกมุ่น กับการหาความสุข 39 00:02:06,236 --> 00:02:10,343 แต่ฉันรู้แล้วว่า การหาความหมาย เป็นหนทางที่น่าพึงพอใจมากกว่า 40 00:02:10,367 --> 00:02:13,296 และผลจากการศึกษาพบว่า คนที่มีชีวิตที่มีความหมาย 41 00:02:13,320 --> 00:02:14,730 เมื่อล้มแล้วจะลุกได้ง่ายกว่า 42 00:02:14,754 --> 00:02:17,311 พวกเขาประสบความสำเร็จในการเรียน และการทำงานมากกว่า 43 00:02:17,335 --> 00:02:18,942 และยังมีอายุยืนยาวกว่าด้วย 44 00:02:19,985 --> 00:02:22,006 ฉันจึงสงสัยว่า 45 00:02:22,030 --> 00:02:24,504 แล้วเราจะมีชีวิต อย่างมีความหมายมากขึ้นได้อย่างไร 46 00:02:25,980 --> 00:02:29,658 ฉันใช้เวลา 5 ปี เพื่อสัมภาษณ์ผู้คนหลายร้อยคน 47 00:02:29,682 --> 00:02:32,583 อ่านหนังสือหลายพันหน้า ทั้งจิตวิทยา 48 00:02:32,607 --> 00:02:34,708 ประสาทวิทยา และปรัชญา 49 00:02:35,366 --> 00:02:37,155 พอรวบรวมสิ่งเหล่านี้เพื่อหาข้อสรุป 50 00:02:37,179 --> 00:02:42,520 ฉันพบว่า มีสิ่งที่ฉันเรียกว่า 4 เสาหลักของชีวิตที่มีความหมาย 51 00:02:42,544 --> 00:02:44,978 และเราทุกคนก็สามารถ สร้างชีวิตที่มีความหมายได้ 52 00:02:45,002 --> 00:02:48,351 โดยการสร้างเสาพวกนี้ขึ้นมาในชีวิต จะแค่บางเสา หรือทุกเสาก็ได้ 53 00:02:49,428 --> 00:02:51,616 เสาต้นแรกคือ การเป็นส่วนหนึ่งของบางอย่าง 54 00:02:52,378 --> 00:02:54,685 การเป็นส่วนหนึ่งมาจาก สร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน 55 00:02:54,709 --> 00:02:57,414 ในแบบที่ทำให้เรารู้สึกมีค่า จากสิ่งที่เรามีอยู่ข้างในตัว 56 00:02:57,438 --> 00:02:59,551 และเห็นค่าของคนอื่นในแบบที่เขาเป็น 57 00:03:00,218 --> 00:03:04,908 แต่บางกลุ่มบางความสัมพันธ์ก็ให้ ความเป็นส่วนหนึ่งแบบด้วยคุณภาพกับเรา 58 00:03:04,932 --> 00:03:06,825 คือ คุณจะมีค่ากับเขาเพราะคุณเชื่อตามเขา 59 00:03:06,849 --> 00:03:08,095 เกลียดอะไรเหมือนเขา 60 00:03:08,119 --> 00:03:09,664 ไม่ใช่จากสิ่งที่คุณเป็น 61 00:03:10,420 --> 00:03:13,203 การเป็นส่วนหนึ่งที่แท้จริง ต้องมาจากความรัก 62 00:03:13,227 --> 00:03:16,212 มันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้น ระหว่างคนกับคนด้วยกัน 63 00:03:16,236 --> 00:03:20,081 และเป็นสิ่งที่เราเลือกเองว่า จะเป็นส่วนหนึ่งกับอะไร 64 00:03:20,661 --> 00:03:22,268 ตัวอย่างอันหนึ่งคือ 65 00:03:22,292 --> 00:03:25,847 ฉันมีเพื่อนชื่อโจนาธาน ทุกเช้าเขาจะซื้อหนังสือพิมพ์ 66 00:03:25,871 --> 00:03:28,089 จากร้านเจ้าประจำริมถนนในนิวยอร์ค 67 00:03:28,502 --> 00:03:30,782 ระหว่างเขากับเจ้าของร้าน ไม่ใช่แค่ซื้อของขายของให้กัน 68 00:03:30,806 --> 00:03:33,489 แต่พวกเขาทักทาย พูดคุยกัน 69 00:03:33,513 --> 00:03:35,419 เหมือนเป็นเพื่อนกัน 70 00:03:36,038 --> 00:03:39,432 เช้าวันหนึ่ง โจนาธานไม่มีแบงค์ย่อย 71 00:03:39,456 --> 00:03:40,676 เจ้าของร้านบอกว่า 72 00:03:40,700 --> 00:03:42,220 “ไม่เป็นไร เงินเล็กน้อย” 73 00:03:42,244 --> 00:03:44,731 แต่โจนาธานยืนยันที่จะจ่าย 74 00:03:44,755 --> 00:03:47,767 เขาจึงเดินไปที่ร้านขายของ ซื้ออะไรบางอย่างที่ไม่จำเป้น 75 00:03:47,791 --> 00:03:49,252 เพื่อให้ได้เศษเหรียญมาจ่าย 76 00:03:49,992 --> 00:03:52,615 แต่พอเขายื่นเงินให้กับเจ้าของร้าน 77 00:03:52,639 --> 00:03:54,161 เจ้าของร้านผงะถอยหลัง 78 00:03:54,820 --> 00:03:56,098 เพราะเขารู้สึกเสียใจ 79 00:03:56,715 --> 00:03:58,564 เขาพยายามแสดงน้ำใจ 80 00:03:58,588 --> 00:04:00,835 แต่โจนาธานกลับปฏิเสธน้ำใจเขา 81 00:04:02,113 --> 00:04:06,264 ฉันคิดว่า เราทุกคนปฏิเสธคนอื่น ในเรื่องเล็กน้อยอย่างนี้โดยไม่รู้ตัว 82 00:04:06,288 --> 00:04:07,486 ฉันเองก็ทำ 83 00:04:07,510 --> 00:04:10,573 บางครั้งเดินผ่านคนที่รู้จัก แต่แกล้งทำเป็นไม่เห็น 84 00:04:10,597 --> 00:04:13,244 หรือเล่นโทรศัพท์ ขณะที่ใครกำลังคุยกับฉันอยู่ 85 00:04:13,678 --> 00:04:15,607 การทำแบบนี้เท่ากับไม่เห็นค่าของคนอื่น 86 00:04:15,631 --> 00:04:18,384 ทำให้พวกเขารู้สึกไร้ตัวตน ไร้ค่า 87 00:04:19,130 --> 00:04:21,882 แต่ถ้าคุณทำอะไรด้วยความรัก ก็จะสร้างความสัมพันธ์ 88 00:04:21,906 --> 00:04:23,578 ที่ทำให้ทั้งสองคนรู้สึกดีขึ้น 89 00:04:25,030 --> 00:04:28,658 สำหรับใครหลายคน การเป็นส่วนหนึ่ง เป็นที่มาของความหมายในชีวิต 90 00:04:28,682 --> 00:04:30,680 เช่น กับครอบครัว กับเพื่อนฝูง 91 00:04:31,176 --> 00:04:35,181 แต่สำหรับบางคน ความหมายที่สำคัญของชีวิต อยู่ที่เสาต้นที่สอง นั่นคือ จุดมุ่งหมาย 92 00:04:35,844 --> 00:04:38,759 การค้นหาจุดมุ่งหมายนี้ไม่เหมือนกับ 93 00:04:38,783 --> 00:04:41,031 การหางานที่จะทำให้คุณมีความสุข 94 00:04:41,520 --> 00:04:44,979 จุดประสงค์เป็นเรื่องที่คุณเป็นฝ่ายให้ มากกว่าเป็นฝ่ายรับ 95 00:04:45,003 --> 00:04:49,491 เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลคนหนึ่งบอกฉันว่า จุดประสงค์ของเธอคือ เยียวยาคนป่วย 96 00:04:49,515 --> 00:04:51,226 พ่อแม่หลายคนบอกว่า 97 00:04:51,250 --> 00:04:53,186 “จุดประสงค์ของฉันคือ เลี้ยงดูลูก ๆ จนโต“ 98 00:04:53,527 --> 00:04:57,571 หัวใจสำคัญของจุดมุ่งหมายคือ ใช้จุดแข็งของคุณเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น 99 00:04:58,381 --> 00:05:01,889 สำหรับพวกเราหลายคน นั่นย่อมหมายถึงการทำงาน 100 00:05:01,913 --> 00:05:04,892 มันเป็นวิธีทำตัวให้เป็นประโยชน์ และรู้สึกมีคนต้องการเรา 101 00:05:04,916 --> 00:05:08,776 แต่นั่นก็ยังแปลได้ว่า ปัญหาต่าง ๆ อย่างเช่นการไม่สนใจทำงาน 102 00:05:08,800 --> 00:05:10,213 ตกงาน 103 00:05:10,237 --> 00:05:12,464 ขาดการมีส่วนร่วมในงาน 104 00:05:12,488 --> 00:05:16,179 สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่เป็นปัญหาของการดำรงชีวิตด้วย 105 00:05:16,821 --> 00:05:19,034 ถ้าไม่ได้ทำสิ่งที่มีคุณค่า 106 00:05:19,058 --> 00:05:20,359 เราจะรู้สึกลำบากใจ 107 00:05:21,493 --> 00:05:24,109 จริงอยู่ ที่คุณไม่ต้องหาจุดประสงค์ จากการทำงานก็ได้ 108 00:05:24,133 --> 00:05:26,862 แต่ถ้าคุณมีจุดประสงค์ คุณก็จะรู้ว่าจะอยู่เพื่ออะไร 109 00:05:26,886 --> 00:05:28,966 คุณจะมีพลังที่จะก้าวไปข้างหน้า 110 00:05:31,147 --> 00:05:34,447 เสาต้นที่สามของความหมาย ยังเป็นเรื่องการก้าวข้ามความเป็นตัวเองด้วย 111 00:05:34,471 --> 00:05:36,313 แต่ในแง่มุมที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง 112 00:05:36,337 --> 00:05:37,924 เรียกว่า การสลายตัวตน 113 00:05:37,948 --> 00:05:40,325 มันคือสภาวะที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก 114 00:05:40,349 --> 00:05:43,761 เมื่อคุณรู้สึกตัวลอย อยู่เหนือภาระความวุ่นวายจากชีวิตประจำวัน 115 00:05:43,785 --> 00:05:45,490 ความรู้สึกที่มีต่ออัตตาหายไป 116 00:05:45,514 --> 00:05:48,288 และคุณสัมผัสได้ถึง ความจริงที่ยิ่งใหญ่ที่สูงกว่า 117 00:05:49,214 --> 00:05:52,904 คนหนึ่งที่ฉันคุยด้วยบอกว่า เขารู้สึกถึงการสลายตัวตนเมื่อมองงานศิลปะ 118 00:05:52,928 --> 00:05:55,458 อีกคนบอกว่า เป็นตอนที่อยู่ในโบสถ์ 119 00:05:55,482 --> 00:05:59,036 ส่วนฉัน ซึ่งเป็นนักเขียน จะเกิดขึ้นเวลาเขียนหนังสือ 120 00:05:59,060 --> 00:06:04,130 บางครั้ง ฉันลืมตัวไปเลย ว่ากี่โมงแล้ว หรืออยู่ที่ไหน 121 00:06:04,757 --> 00:06:07,903 ประสบการณ์สลายตัวตนเหล่านี้ อาจเปลี่ยนแปลงคุณได้ 122 00:06:07,927 --> 00:06:12,451 การศึกษาหนึ่งมอบหมายให้นักศึกษา มองขึ้นไปบนยอดต้นยูคาลิปตัสที่สูงถึง 200 ฟุต 123 00:06:12,475 --> 00:06:13,676 นานหนึ่งนาที 124 00:06:14,263 --> 00:06:16,417 หลังจากนั้น พวกเขารู้สึกว่าพวกเขาถือตัวน้อยลง 125 00:06:16,441 --> 00:06:18,385 และมีน้ำใจกับคนอื่นมากขึ้น 126 00:06:18,409 --> 00:06:20,479 เมื่อมีโอกาสที่จะได้ช่วยเหลือผู้อื่น 127 00:06:21,582 --> 00:06:25,302 เราได้พูดถึงการเป็นส่วนหนึ่ง จุดประสงค์ และการสลายตัวตนแล้ว 128 00:06:26,374 --> 00:06:29,097 มาถึงเสาที่ให้ความหมายต้นที่สี่ 129 00:06:29,121 --> 00:06:30,876 ฉันพบว่า มันมักทำให้คนแปลกใจ 130 00:06:31,366 --> 00:06:34,100 เสาต้นที่สี่คือ การเล่าเรื่อง 131 00:06:34,124 --> 00:06:36,989 คือเล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวเราเอง ที่เราเล่าให้ตัวเองฟัง 132 00:06:37,616 --> 00:06:41,760 การร้อยเรียงเรื่องเล่าจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตทำให้เกิดความชัดเจน 133 00:06:41,784 --> 00:06:44,820 มันช่วยให้คุณเข้าใจว่า คุณเป็นคุณแบบนี้ได้อย่างไร 134 00:06:45,669 --> 00:06:48,765 แต่เราไม่ค่อยได้ตระหนักว่า เราเป็นผู้เขียนเรื่องของตัวเอง 135 00:06:48,789 --> 00:06:50,952 และเราสามารถเปลี่ยนวิธีการเล่าเรื่องได้ 136 00:06:50,976 --> 00:06:53,467 ชีวิตของคุณไม่ใช่แค่เหตุการณ์ ที่เรียงต่อกันเท่านั้น 137 00:06:53,491 --> 00:06:56,707 แต่คุณสามารถปรับเปลี่ยนแก้ไข แปลความหมาย แล้วเล่าเรื่องใหม่ได้ 138 00:06:56,731 --> 00:06:58,951 ถึงแม้ว่าความจริงจะไม่ได้เปลี่ยนไปก็ตาม 139 00:06:59,681 --> 00:07:04,309 ฉันเจอชายหนุ่มที่ชื่อ เอมิก้า ที่เป็นอัมพาตจากการเล่นฟุตบอล 140 00:07:04,920 --> 00:07:07,379 หลังจากบาดเจ็บ เอมิกาบอกตัวเองว่า 141 00:07:07,403 --> 00:07:10,108 “ฉันเคยเป็นนักฟุตบอลที่เก่ง 142 00:07:10,132 --> 00:07:12,256 แต่ดูสภาพฉันตอนนี้สิ” 143 00:07:14,002 --> 00:07:16,294 คนที่เล่าเรื่องทำนองนี้ว่า 144 00:07:16,318 --> 00:07:18,842 “ฉันเคยมีชีวิตที่ดี แต่เดี๋ยวนี้แย่มาก” 145 00:07:18,866 --> 00:07:21,688 มักจะหดหู่และซึมเศร้ามากขึ้น 146 00:07:21,712 --> 00:07:24,041 เอมิก้าเคยเป็นแบบนั้นอยู่ช่วงหนึ่ง 147 00:07:24,573 --> 00:07:27,964 แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาค่อย ๆ เปลี่ยนวิธีการเล่าเรื่องของตนเอง 148 00:07:28,415 --> 00:07:30,148 เรื่องราวใหม่ของเขาก็คือ 149 00:07:30,172 --> 00:07:33,439 "ก่อนที่จะเป็นอัมพาต ฉันไม่มีจุดมุ่งหมายอะไรในชีวิต 150 00:07:33,463 --> 00:07:36,716 มีแต่เรื่องสังสรรค์บันเทิง นึกถึงแต่เรื่องของตัวเอง 151 00:07:36,740 --> 00:07:40,448 แต่การเป็นอัมพาตทำให้ฉันรู้ว่า ฉันเป็นคนที่ดีกว่าเดิมได้" 152 00:07:41,488 --> 00:07:45,029 การปรับเรื่องเล่าใหม่นี้ ได้เปลี่ยนชีวิตของเอมิก้า 153 00:07:45,053 --> 00:07:47,484 หลังจากเขาเรียบเรียงเรื่องของตัวเองใหม่ 154 00:07:47,508 --> 00:07:49,430 เขาก็เริ่มให้คำแนะนำกับเด็ก ๆ 155 00:07:49,454 --> 00:07:51,820 และเขาก็ได้ค้นพบว่าจุดมุ่งหมายใหม่ก็คือ 156 00:07:51,844 --> 00:07:53,234 การช่วยเหลือผู้อื่น 157 00:07:54,101 --> 00:07:57,479 นักจิตวิทยา แดน อดัมส์ เรียกสิ่งนี้ว่า “เรื่องเล่าฟื้นฟูจิตใจ” 158 00:07:57,503 --> 00:07:59,786 คือ การเปลี่ยนเรื่องแย่ให้เป็นเรื่องดี 159 00:08:00,627 --> 00:08:02,810 เขาพบว่า คนที่ใช้ชีวิตที่มีความหมาย 160 00:08:02,834 --> 00:08:04,765 มักเล่าเรื่องราวในชีวิตตัวเอง 161 00:08:04,789 --> 00:08:07,811 ที่เต็มไปด้วยการฟื้นฟูจิตใจ การเติบโต และความรัก 162 00:08:08,723 --> 00:08:11,185 แต่อะไรล่ะ ที่ทำให้คนเรา เปลี่ยนเรื่องเล่าของตัวเองได้ 163 00:08:11,725 --> 00:08:13,653 บางคนมีนักจิตบำบัดคอยให้คำแนะนำ 164 00:08:13,677 --> 00:08:15,487 แต่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวคุณเอง 165 00:08:15,511 --> 00:08:18,271 เพียงแค่ทบทวนชีวิตของคุณอย่างถี่ถ้วน 166 00:08:18,295 --> 00:08:20,382 มีประสบการณ์สำคัญอะไรบ้างหล่อหลอมตัวคุณ 167 00:08:20,406 --> 00:08:22,143 คุณสูญเสียอะไรไป คุณได้อะไรมา 168 00:08:22,589 --> 00:08:24,123 เอมิก้าทำเช่นนั้น 169 00:08:25,012 --> 00:08:27,058 คุณเปลี่ยนเรื่องเล่าคุณไม่ได้แค่เพียงชั่วคืน 170 00:08:27,082 --> 00:08:29,427 มันอาจใช้เวลาหลายปีและอาจจะเจ็บปวด 171 00:08:29,451 --> 00:08:32,385 ถ้าจะว่าไป เราทุกคนก็มีทุกข์ มีเรื่องให้ต้องกลุ้มใจ 172 00:08:32,957 --> 00:08:37,296 แต่การโอบรับความทรงจำที่เจ็บปวดเหล่านี้ จะทำให้เราเกิดความรู้ใหม่และเกิดปัญญา 173 00:08:37,320 --> 00:08:40,385 ได้เจอสิ่งดี ๆ ที่คอยค้ำจุนตัวคุณ 174 00:08:42,584 --> 00:08:47,117 การเป็นส่วนหนึ่ง การมีจุดมุ่งหมาย การสลายตัวตน และการเล่าเรื่อง 175 00:08:47,863 --> 00:08:50,594 เป็นสี่เสาที่สร้างความหมาย 176 00:08:51,626 --> 00:08:53,232 ตอนที่ฉันยังเด็ก 177 00:08:53,256 --> 00:08:56,894 ฉันโชคดี ที่ชีวิตแวดล้อมไปด้วย เสาเหล่านี้ทั้งหมด 178 00:08:57,381 --> 00:09:01,921 พ่อแม่ของฉันใช้บ้านในเมืองมอนทรีล เป็นที่พบปะของชาวซูฟี 179 00:09:02,686 --> 00:09:07,169 นิกายซูฟีคือ คือแนวทางการปฏิบัติตามความเชื่อ ที่มีความเกี่ยวข้องกับนักบวชลัทธิลมวน 180 00:09:07,193 --> 00:09:08,586 และกวีที่ชื่อรูมี 181 00:09:09,430 --> 00:09:12,005 ชาวซูฟีจะมาที่บ้านเราสัปดาห์ละสองครั้ง 182 00:09:12,029 --> 00:09:15,789 นั่งสมาธิ ดื่มชาเปอร์เซีย และพูดคุยเล่าเรื่องกัน 183 00:09:16,209 --> 00:09:19,166 ชาวซูฟียังสอนให้เรารับใช้ทุกสรรพสิ่ง 184 00:09:19,190 --> 00:09:21,000 ด้วยการกระทำด้วยความรัก 185 00:09:21,024 --> 00:09:24,365 ซึ่งหมายถึง การมีเมตตา แม้แต่กันคนที่ทำผิดกับเรา 186 00:09:24,389 --> 00:09:27,543 จุดประสงค์ก็คือเพื่อให้เราเป็นผู้ครองใจตน 187 00:09:28,912 --> 00:09:31,528 ต่อมา ฉันย้ายออกจากบ้าน เพื่อไปเรียนที่มหาวิทยาลัย 188 00:09:31,552 --> 00:09:35,254 ชีวิตประจำวันที่ห่างหายจากการวิถีแบบซูฟี 189 00:09:35,278 --> 00:09:36,866 ทำให้ฉันรู้สึกเคว้งคว้าง 190 00:09:36,890 --> 00:09:40,478 ฉันจึงเริ่มค้นหาสิ่งต่าง ๆ ที่จะทำให้การใช้ชีวิตมีคุณค่า 191 00:09:40,502 --> 00:09:42,615 นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางนี้ 192 00:09:43,012 --> 00:09:44,769 นึกย้อนกลับไป ฉันตระหนักได้ว่า 193 00:09:44,793 --> 00:09:48,035 บ้านที่เป็นที่พบปะของนิกายซูฟีนั้น เป็นแหล่งวัฒนธรรมแห่งความหมาย 194 00:09:48,059 --> 00:09:50,565 เสาต่าง ๆ นั้นเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างบ้าน 195 00:09:50,589 --> 00:09:53,815 และการมีเสาอยู่นี้ ช่วยให้เราใช้ชีวิตได้ลึกซึ้งมากขึ้น 196 00:09:54,414 --> 00:09:56,735 แน่นอนค่ะว่า หลักการเดียวกันนี้ 197 00:09:56,759 --> 00:09:58,960 ใช้ได้กับคนกลุ่มสังคมอื่น ที่มีความเหนียวแน่นได้เช่นเดียวกัน 198 00:09:58,984 --> 00:10:01,006 ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี 199 00:10:01,556 --> 00:10:03,585 กลุ่มอันธพาล หรือลัทธิต่าง ๆ 200 00:10:03,609 --> 00:10:06,622 กลุ่มเหล่านี้มีวัฒนธรรมแห่งความหมาย ที่ใช้เสาเหล่านี้ 201 00:10:06,646 --> 00:10:10,024 และสิ่งยึดเหนี่ยวที่คนในกลุ่มรู้สึกว่า จะอยู่และหรือตายเพื่อสิ่งใด 202 00:10:10,048 --> 00:10:12,915 นั่นเป็นสาเหตุที่แท้จริงว่าในฐานะสังคม 203 00:10:12,939 --> 00:10:15,048 เราต้องให้ทางเลือกที่ดีกว่านี้ 204 00:10:15,072 --> 00:10:18,823 เราต้องสร้างเสาเหล่านี้ ภายในครอบครัวและสถาบันต่าง ๆ 205 00:10:18,847 --> 00:10:21,429 เพื่อช่วยให้คนเป็นคนเต็มศักยภาพของตน 206 00:10:22,524 --> 00:10:25,110 แต่การใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย ต้องใช้ความพยายาม 207 00:10:25,134 --> 00:10:27,009 และมันเป็นกระบวนการต่อเรื่อง 208 00:10:27,033 --> 00:10:30,762 เราสร้างสรรค์ชีวิตของเรา ในแต่ละวันที่ล่วงเลยผ่านไป 209 00:10:30,786 --> 00:10:32,355 เติมแต่งเรื่องราวของเรา 210 00:10:32,831 --> 00:10:35,580 และบางครั้ง เราก็อาจออกนอกลู่นอกทางได้ 211 00:10:36,362 --> 00:10:38,273 เมื่อใดก็ตามที่ฉันเริ่มเป็นแบบนั้น 212 00:10:38,297 --> 00:10:41,686 ฉันจะนึกถึงประสบการณ์ที่ทรงค่าครั้งหนึ่ง ที่ฉันมีร่วมกับพ่อ 213 00:10:43,821 --> 00:10:46,468 หลังจากที่ฉันรับปริญญาสองสามเดือน 214 00:10:46,492 --> 00:10:50,350 คุณพ่อของฉันหัวใจวายรุนแรง จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด 215 00:10:51,033 --> 00:10:54,247 เมื่อฉันถามพ่อว่า ณ วินาทีชีวิตนั้น พ่อคิดอะไร 216 00:10:54,271 --> 00:10:55,893 เมื่อพ่อกำลังเผชิญกับพญามจุราช 217 00:10:55,917 --> 00:10:58,600 พ่อตอบว่า พ่อคิดอยู่อย่างเดียวว่าต้องไม่ตาย 218 00:10:58,624 --> 00:11:00,762 เพื่อที่จะได้อยู่กับฉันและน้องชาย 219 00:11:00,786 --> 00:11:03,375 และนี่เอง ที่ทำให้เขามีพลังใจที่จะสู้ 220 00:11:04,063 --> 00:11:07,361 ตอนที่พ่อได้รับยาสลบเพื่อการผ่าตัดฉุกเฉิน 221 00:11:07,385 --> 00:11:09,715 แทนที่จะนับถอยหลังก่อนจะหลับไปนั้น 222 00:11:09,739 --> 00:11:12,909 พ่อเอ่ยชื่อพวกเราซ้ำ ๆ แทนการสวดมนต์ 223 00:11:13,790 --> 00:11:17,601 พ่ออยากให้ชื่อของพวกเรา เป็นคำสุดท้ายที่ออกจากปาก 224 00:11:17,625 --> 00:11:18,850 หากเขาต้องจากโลกนี้ไป 225 00:11:21,033 --> 00:11:24,645 พ่อของฉันเป็นช่างไม้และเป็นชาวซูฟี 226 00:11:25,185 --> 00:11:26,732 ท่านใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย 227 00:11:26,756 --> 00:11:28,025 แต่เป็นชีวิตที่ดี 228 00:11:28,564 --> 00:11:32,476 ขณะที่ล้มป่วยและเผชิญหน้ากับความตายนั้น เขามีเหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่ 229 00:11:32,500 --> 00:11:33,908 นั่นคือ ความรัก 230 00:11:33,932 --> 00:11:36,383 เขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว 231 00:11:36,407 --> 00:11:38,136 จุดประสงค์ของความเป็นพ่อ 232 00:11:38,160 --> 00:11:41,174 เขาทำทำสมาธิเพื่อสลายตัวตน ด้วยการเอ่ยชื่อของพวกเราซ้ำ ๆ 233 00:11:41,198 --> 00:11:43,979 พ่อบอกว่า สิ่งเหล่านี้แหละ ที่ทำให้ท่านรอดชีวิต 234 00:11:44,003 --> 00:11:46,442 นั่นเป็นเรื่องเล่าที่พ่อบอกกับตัวเอง 235 00:11:47,747 --> 00:11:50,636 นั่นคือพลังแห่งความหมาย 236 00:11:50,636 --> 00:11:53,435 ความสุขนั้นไม่ได้ยั่งยืนจีรัง 237 00:11:53,459 --> 00:11:55,308 แต่ไม่ว่าจะชีวิตของคุณจะสุดแสนดี 238 00:11:55,332 --> 00:11:57,221 หรือแสนจะเลวร้าย 239 00:11:57,241 --> 00:12:00,294 การมีความหมายในชีวิต จะช่วยให้คุณยืนหยัดอยู่ได้ 240 00:12:00,322 --> 00:12:01,546 ขอบคุณคะ 241 00:12:01,570 --> 00:12:05,152 (เสียงปรบมือ)