Thai subtitles

← คุกกรรโชกคนยากจนอย่างไร

Get Embed Code
24 Languages

Showing Revision 110 created 05/19/2020 by Unnawut Leepaisalsuwanna.

  1. บ่ายฤดูร้อนวันหนึ่ง ในปี 2013
  2. ตำรวจ (วอชิงตัน) ดีซี คุมตัว สอบสวน
    และค้นตัวชายคนหนึ่ง
  3. ซึ่งเห็นได้ว่า น่าสงสัย
    และเป็นไปได้ว่าจะอันตราย
  4. นี่ไม่ใช่เสื้อที่ผมใส่ในวันถูกคุมตัว
    พูดกันอย่างเป็นธรรม
  5. แต่ผมก็มีภาพในวันนั้นอยู่ด้วย
  6. ผมรู้ว่ามันน่ากลัวมาก --
    แต่ก็พยายามสงบอารมณ์ไว้
  7. (เสียงหัวเราะ)

  8. ในเวลานั้น ผมกำลังฝึกงานอยู่ที่

  9. สำนักงานทนายความสาธารณะ
    ใน วอชิงตัน ดีซี
  10. และผมไปที่สถานีตำรวจเพราะงาน
  11. ผมกำลังเดินออกมา
  12. แต่ก่อนที่ผมจะไปถึงรถ
  13. รถตำรวจสองคัน ก็เข้ามาจอดกั้นทางออก
  14. และตำรวจคนหนึ่งก็เข้ามาทางด้านหลังของผม
  15. และก็บอกให้ผมหยุด ถอดเป้ออก
  16. และเอามือวางไว้บนรถตำรวจ
    ที่จอดอยู่ถัดจากเราไป
  17. ตำรวจประมาณสัก 12 คน
    ก็มารวมตัวกันอยู่ใกล้ๆเรา
  18. ทุกคนมีปืนพก
  19. บางคนก็มีปืนไรเฟิลจู่โจม
  20. พวกเขารื้อค้นเป้ของผม
  21. และค้นตัวผมจนทั่ว
  22. พวกเขาถ่ายรูปผมที่ยืนแผ่ตรงรถตำรวจไว้
  23. และพวกเขาก็หัวเราะ
  24. ขณะที่ทั้งหมดนี้กำลังเกิดขึ้น --

  25. ขณะที่ผมยืนแผ่ที่รถตำรวจ กำลังพยายาม
    ไม่สนใจขาที่กำลังสั่นอยู่ของผม
  26. พยายามคิดให้แจ่มชัดว่า
    ผมควรจะทำอย่างไรดี --
  27. ผมก็ฉุกคิดขึ้นว่ามันแปลก
  28. เพราะเมื่อผมดูตัวเองในรูปนี้
  29. หากว่าผมจะบรรยายตัวเอง
  30. ผมก็จะบรรยายทำนองว่า
  31. "ชายอินเดียอายุ 19 ปี เสื้อยืดสีสด
    สวมแว่นตา"
  32. แต่ตำรวจไม่ได้ให้รายละเอียดที่ว่านี้ไว้เลย
  33. ตอนรายงานเกี่ยวกับผมไปในวิทยุสายตรวจ
  34. พวกเขารายงานแค่ว่า "ชายตะวันออกกลาง แบกเป้
  35. ชายตะวันออกกลาง แบกเป้"
  36. แล้วคำบรรยายนี้ก็ไปปรากฏในรายงานคดี
  37. ผมไม่เคยคิดเลยว่ารัฐบาลของผม
    จะใช้คำเหล่านี้บรรยายตัวผม
  38. "ดักซุ่ม"
  39. "ชั่วร้าย"
  40. "ผู้ก่อการร้าย"
  41. และการควบคุมตัวก็ยืดเยื้อไปอย่างนี้
  42. พวกเขาส่งสุนัขที่ถูกฝึกให้ดมระเบิด
    ดมกวาดไปทั่วบริเวณที่ผมเคยผ่านไป

  43. สอบถามไปที่รัฐบาลกลางเพื่อดูว่า
    ผมอยู่ในรายชื่อที่ต้องจับตาดูหรือไม่
  44. พวกเขาส่งตำรวจนักสืบมาสองคน
    มาสอบผมว่า
  45. ในเมื่อผมอ้างว่าผมไม่มีอะไรปิดบัง
  46. แล้วทำไมผมถึงไม่ยอมให้ค้นรถ
  47. และผมก็เห็นได้ว่าพวกเขาไม่พอใจผมนัก
  48. แต่ผมก็รู้สึกว่า ผมไม่มีทางรู้เลย
    ว่าพวกเขาจะทำอะไรต่อไป
  49. ถึงจุดหนึ่ง ตำรวจที่ค้นตัวผม
  50. ถึงกับไล่ดูตามผนังข้างสถานีตำรวจ
    เพื่อดูว่ากล้องวงจรปิดอยู่ตรงไหน
  51. เพื่อดูว่ามีเทปบันทึกเหตุการณ์
    ไว้มากแค่ไหน
  52. พอตำรวจทำอย่างนั้น
  53. ก็ชัดเจนว่าผมตกอยู่ใน
    กำมือพวกเขาเบ็ดเสร็จขนาดไหน
  54. เราทุกคนถูกทำให้คุ้นชินตั้งแต่ยังเด็ก

  55. เกี่ยวกับตำรวจ การจับกุม
    และกุญแจมือ
  56. จึงง่ายที่จะลืมว่า ความรู้สึกต่ำต้อย
    และถูกบังคับเกิดได้มากขนาดไหน
  57. จากการกักขังหน่วงเหนี่ยว
  58. ผมรู้ มันฟังเหมือนว่าประเด็นที่ผมอยากสื่อ
  59. คือที่ผมถูกปฏิบัติอย่างเลวร้าย
    เพราะสีผิวของผม
  60. ก็ถูกที่ผมไม่คิดว่าผมจะถูกคุมตัวหรอก
    ถ้าผมเป็นคนผิวขาว
  61. แต่จริงๆแล้ว ที่ผมคิดจะพูดในวันนี้
    เป็นเรื่องอื่น
  62. ที่ผมคิดคือ
    เรื่องอาจเลวร้ายกว่านี้ได้ขนาดไหน
  63. หากผมไม่ใช่คนรวย
  64. ผมหมายถึงว่า พวกเขาคิดว่าผมอาจกำลังพยายาม
    จะวางระเบิด
  65. และพวกเขาก็ตรวจสอบความเป็นไปได้นั้น
    อยู่นานชั่วโมงครึ่ง
  66. แต่ผมไม่ได้ถูกใส่กุญแจมือ
  67. ไม่ถูกจับยัดห้องขัง
  68. ถ้าผมมาจากชุมชนคนผิวสีที่ยากจน
    ของกรุงวอชิงตันดีซี
  69. และพวกเขาคิดว่า ผมเป็นอันตราย
    ต่อชีวิตของตำรวจ
  70. เรื่องอาจจบลงต่างไปจากนี้
  71. และที่จริง ในระบบของเรา ผมคิดว่าเป็นคนรวย

  72. ซึ่งถูกสงสัยว่ากำลังพยายาม
    จะวางระเบิดสถานีตำรวจ
  73. ดีกว่าเป็นคนยากจน
  74. ที่ต้องสงสัยในเรื่องที่เบากว่านี้มากๆ
  75. ขอยกสักหนึ่งตัวอย่าง
    จากงานของผมในปัจจุบัน

  76. ขณะนี้ผมกำลังทำงานอยู่ที่
    องค์กรสิทธิพลเมือง ในดีซี
  77. ที่ชื่อว่า "ความเป็นธรรมที่เท่าเทียม
    ภายใต้กฎหมาย"
  78. ขอเริ่มด้วยการตั้งคำถามกับทุกท่าน
  79. กี่ท่านครับ ที่เคยได้รับใบสั่งจากการ
    จอดรถในที่ห้ามจอด
  80. ยกมือครับ
  81. ใช่ เหมือนผมเลยครับ
  82. และตอนที่ผมต้องจ่ายค่าปรับ
  83. ก็รู้สึกหงุดหงิด รู้สึกแย่
  84. แต่ก็ผมจ่ายค่าปรับ และใช้ชีวิตต่อไป
  85. ผมคิดว่า ท่านทั้งหลายส่วนใหญ่
    ก็จ่ายค่าปรับไปเช่นกัน
  86. แต่สมมติว่า คุณไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ
    ตามใบสั่ง
  87. และครอบครัวคุณก็ไม่มีเงินจ่ายด้วย
    แล้วจะเกิดอะไรขึ้น
  88. สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น
    ตามหลักกฎหมาย ก็คือ

  89. คุณไม่ควรถูกจับและขัง
  90. เพียงเพราะคุณไม่สามารถจ่ายค่าปรับได้
  91. ผิดกฎหมายรัฐบาลกลางสหรัฐฯเลยนะครับ
  92. แต่นั่นกลับเป็นสิ่งที่รัฐบาลท้องถิ่น
    ทั่วประเทศกำลังทำอยู่
  93. กับประชาชนที่ยากจน
  94. และมีหลายคดีที่องค์กร
    "ความเป็นธรรมฯ" รับผิดชอบ
  95. ตั้งเป้าโจมตีการใช้คุกไว้ขังลูกหนี้แบบนี้
  96. คดีหนึ่งของเรา มีจำเลยเป็น
    เมืองเฟอร์กูสัน รัฐมิสซูรี

  97. ผมรู้ว่า เมื่อพูดถึงเฟอร์กูสัน
  98. หลายๆท่านจะคิดถึงตำรวจที่ใช้ความรุนแรง
  99. แต่วันนี้ผมจะพูดในมุมที่ต่างออกไป
  100. ในเรื่องเกี่ยวกับตำรวจและประชาชน
  101. ตำรวจเฟอร์กูสันออกหมายจับโดยเฉลี่ย
    มากกว่า 2 หมาย
  102. ต่อคนต่อปี
  103. ส่วนใหญ่เหตุที่ออกคือ
    การไม่จ่ายค่าปรับให้ศาล
  104. เมื่อผมลองนึกว่า จะรู้สึกยังไง
    หากทุกครั้งที่ออกจากบ้าน
  105. มีโอกาสเสมอที่ตำรวจจะเทียบ
    ทะเบียนรถผมกับฐานข้อมูล
  106. พอเห็นหมายจับเพราะไม่จ่ายค่าปรับ
  107. ตำรวจก็จะจับผมเหมือนที่ดีซี
  108. แล้วก็เอาผมไปขังคุก
  109. แค่คิดก็รู้สึกแย่แล้ว
  110. ผมได้พบหลายคนในเฟอร์กูสัน
    ที่เคยมีประสบการณ์นี้

  111. และก็ฟังเรื่องของพวกเขา
  112. ในเรือนจำเมืองเฟอร์กูสัน
  113. ในแต่ละห้องขังเล็กๆ
    จะมีเตียงสองชั้นกับโถส้วม
  114. แต่พวกเขาจะขังคนสี่คน
    ในแต่ละห้อง
  115. ดังนั้นจึงมีสองคนนอนบนเตียง ส่วนอีกสองคน
    นอนบนพื้นห้อง
  116. แต่คนหนึ่งไม่มีที่พอนอน
    เว้นแต่ถัดจากโถส้วมสกปรกนั้น
  117. ซึ่งไม่เคยถูกทำความสะอาด
  118. จริงๆแล้ว ห้องขังทั้งห้อง
    ไม่เคยถูกทำความสะอาด
  119. ดังนั้นทั้งพื้นและผนังห้อง
    จึงมีแต่คราบเลือดและน้ำมูก
  120. ไม่มีน้ำที่จะดื่ม
  121. ยกเว้นน้ำที่ไหลจากหัวก๊อก
    ที่เชื่อมต่อกับโถส้วม
  122. น้ำดูสกปรก รสชาติก็สกปรก
  123. อาหารไม่เคยได้กินอิ่ม
  124. ไม่เคยได้อาบน้ำ
  125. ผู้หญิงมีประจำเดือนโดยไม่มีผ้าอนามัย
  126. คนเจ็บป่วยไม่ได้รับการดูแล
  127. เมื่อผมถามหญิงคนหนึ่ง
    ถึงการดูแลทางการแพทย์
  128. เธอหัวเราะ และบอกว่า "ไม่ ไม่มีหรอก
  129. เรื่องเดียวที่ผู้คุมจะใส่ใจคุณ
    คือ เรื่องเซ็กส์"
  130. ครับ พวกเขาพาลูกหนี้มาที่นี่
    และบอกว่า

  131. "เราจะไม่ปล่อยแกออกไปหรอก
    จนกว่าจะจ่ายหนี้ครบ"
  132. และถ้าคุณจ่ายได้ -- ถ้าคุณติดต่อ
    คนในครอบครัวได้
  133. คนที่หาเงินมาได้สักทางแล้วล่ะก็
  134. บางทีคุณอาจได้ปล่อยตัวออกมา
  135. ถ้ามีเงินพอ คุณก็ได้ออกมา
  136. แต่ถ้าเงินไม่พอ คุณก็ต้องถูกขัง
    หลายวัน หลายสัปดาห์
  137. และทุกวันผู้คุมก็จะมาที่ห้องขัง
  138. และต่อรองกับลูกหนี้
    เกี่ยวกับค่าไถ่อิสรภาพในวันนั้น
  139. คุณจะถูกขังจนถึงจุดหนึ่ง
    ที่พื้นที่คุกถูกใช้จนเต็ม
  140. และพวกเขาอยากเคลียร์ให้คนใหม่เข้ามา
  141. ณ จุดนั้น พวกเขาก็จะคิดว่า
  142. "ดูท่าแล้วคนนี้ไม่น่าหาเงินมาได้
  143. แต่คนใหม่น่าจะมีปัญญากว่า"
  144. คุณออกไป คนใหม่เข้ามา
    และกลไกก็เคลื่อนไปแบบนั้น
  145. ผมพบชายคนหนึ่ง

  146. ซึ่งเมื่อเก้าปีก่อน ถูกจับเรื่อง
    ทำตัวเป็นขอทานในร้านวอลกรีนส์
  147. เขาไม่มีเงินจ่ายค่าปรับและค่าธรรมเนียมศาล
    จากคดีนั้น
  148. ตอนที่ยังอายุน้อย
    เขารอดชีวิตจากไฟไหม้บ้านมาได้
  149. โดยกระโจนออกมาจากหน้าต่าง
    บ้านชั้นที่สามเพื่อหนีไฟ
  150. แต่การโดดลงมาทำให้
    เขาได้รับบาดเจ็บที่สมอง
  151. และหลายส่วนในร่างกาย
    รวมทั้งขาของเขา
  152. เขาจึงทำงานไม่ได้
  153. และต้องพึ่งเงินประกันสังคม
    เพื่ออยู่รอด
  154. เมื่อผมพบเขาในห้องพัก
  155. เขาไม่มีของมีค่า --
    ไม่มีกระทั่งอาหารในตู้เย็น
  156. เขาจึงหิวตลอดเวลา
  157. เขาไม่มีของมีค่าในห้องเลย
    ยกเว้นกระดาษแข็งแผ่นเล็กๆ
  158. ที่เขาเขียนชื่อลูกๆของตัวเองไว้
  159. เขาทะนุถนอมกระดาษแผ่นนี้มาก
    และดีใจที่ได้ให้ผมดู
  160. แต่เขาจ่ายค่าปรับและค่าธรรมเนียมศาลไม่ได้
    เพราะเขาไม่มีอะไรจะจ่าย
  161. ตลอดเก้าปีที่ผ่านมา
    เขาถูกจับมาแล้ว 13 ครั้ง
  162. และถูกขังมาแล้วทั้งสิ้น 130 วัน
    จากข้อหาในครั้งนั้น
  163. ซึ่งมีครั้งหนึ่งที่ขังนานถึง 45 วัน
  164. นึกดูนะครับ เท่ากับตั้งแต่ตอนนี้
    ไปจนถึงสักวันในเดือนมิถุนายน
  165. ในสถานที่ซึ่งผมเพิ่งบรรยาย
    ไปเมื่อครู่นี้
  166. เขาเล่าถึงการพยายามฆ่าตัวตาย
    ทุกครั้งที่เห็นในคุกเฟอร์กูสัน

  167. เล่าถึงตอนที่ชายคนหนึ่งพบวิธี
    ที่จะแขวนคอตัวเอง
  168. แต่ไกลเกินกว่านักโทษอื่นจะช่วยได้
  169. คนอื่นจึงได้แต่ตะโกน ตะโกน และก็ตะโกน
  170. พยายามให้ผู้คุมหันมาสนใจ
  171. เพื่อให้ลงมาดู และตัดเชือกเอาตัวลงมา
  172. เขาเล่าว่า ผู้คุมใช้เวลากว่าห้านาที
    กว่าจะตอบสนอง
  173. แต่กว่าจะมาถึง ชายคนนั้นก็หมดสติไปแล้ว
  174. ผู้คุมจึงเรียกเจ้าหน้าที่กู้ชีพมา
    เจ้าหน้าที่ก็ไปที่ห้องขัง
  175. และบอกว่า "เขาไม่เป็นอะไร"
  176. แล้วก็ทิ้งชายคนนั้นไว้ที่เดิม
  177. ผมได้ฟังเรื่องแบบนี้หลายครั้ง
    และก็ไม่ควรประหลาดใจนัก
  178. เพราะการฆ่าตัวตาย เป็นเหตุสำคัญเดียว
    ของการตายในคุกท้องถิ่นของเรา
  179. เรื่องนี้เกี่ยวโยงกับการไม่มีบริการ
    ดูแลสุขภาพจิตในคุกของเรา
  180. ผมได้พบหญิงคนหนึ่ง เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว
    ดูแลลูกสามคน ทำงานได้ชั่วโมงละเจ็ดดอลลาร์

  181. เธอต้องพึ่งพาแสตมป์อาหาร เพื่อเลี้ยงตัวเอง
    และลูกๆ
  182. เมื่อประมาณสิบปีก่อน
  183. เธอถูกใบสั่งจราจรมา 2-3 ใบ
    และโดนข้อหาลักทรัพย์ที่ไม่รุนแรง
  184. เธอไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ
    และค่าธรรมเนียมในคดีเหล่านั้น
  185. ตั้งแต่นั้น เธอเข้าคุกเพราะข้อหาพวกนั้น
    มาประมาณ 10 ครั้งแล้ว
  186. แต่เธอเป็นโรคจิตเภท
    และโรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้ว
  187. และเธอต้องกินยาทุกวัน
  188. เธอไม่มีทางได้กินยาเหล่านั้น
    ในคุกเฟอร์กูสัน
  189. เพราะไม่มีใครได้กินยาประจำตัว
  190. เธอเล่าให้ฟังว่า การที่ต้องอยู่ในกรงขัง
    นานสองอาทิตย์ มันเป็นยังไง
  191. ต้องทนเห็นภาพหลอนคนและเงาดำ
    และได้ยินเสียงต่างๆ
  192. เธอร้องขอยาที่จะปัดเป่าอาการทั้งหมด
  193. แต่คำร้องขอถูกเพิกเฉย
  194. ซึ่งก็ไม่ได้ผิดปกติอะไร
  195. ผู้หญิง 30% ในคุกของเรานั้น
    ป่วยทางจิตอย่างหนัก
  196. เหมือนกับหญิงคนนี้
  197. แต่มีแค่เพียง 1 ใน 6 เท่านั้น
    ที่ได้รับการรักษาระหว่างอยู่ในคุก
  198. ผมได้ฟังเรื่องทั้งหมด
    เกี่ยวกับสภาพคุกอันน่ารังเกียจ

  199. ที่เมืองเฟอร์กูสันเอาไว้ใช้ขังลูกหนี้
  200. แต่เมื่อผมได้ไปเห็นของจริง
  201. จากการไปเรือนจำเฟอร์กูสัน
  202. ผมไม่แน่ใจว่า ผมคาดว่าจะเห็นอะไร
  203. แต่ผมไม่ได้คาดว่าจะเห็นภาพนี้
  204. ภาพของสถานที่ราชการธรรมดา
  205. ซึ่งอาจจะเป็นที่ทำการไปรษณีย์
    หรือโรงเรียนก็ได้
  206. มันเตือนใจผมว่ามาตรการกรรโชก
    ที่ผิดกฎหมายเหล่านี้
  207. ไม่ได้หลบซ่อนในเงามืดที่ไหนเลย
  208. แต่กลับทำโดยเปิดเผย
    โดยเจ้าหน้าที่รัฐของเรา
  209. นี่เป็นประเด็นนโยบายสาธารณะ
  210. และทำให้ผมระลึกว่า
    การขังคนเพราะความจน
  211. แม้จะมิใช่เพราะเหตุไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ
  212. มีตำแหน่งที่ชัดเจนและเป็นศูนย์กลาง
    ในระบบความยุติธรรมของเรา
  213. สิ่งที่ผมคิดในใจคือ
    นโยบายการประกันตัวของเรา

  214. ในระบบของเรา การตัดสินว่าคุณจะถูกขัง
    หรือเป็นอิสระ
  215. ในระหว่างพิจารณา ไม่ได้ขึ้นกับว่า
    คุณอันตรายแค่ไหน
  216. หรือคุณมีความเสี่ยงที่จะหนี
    มากน้อยแค่ไหน
  217. แต่ขึ้นกับว่าคุณมีเงิน
    จ่ายค่าประกันตัวหรือไม่
  218. บิล คอสบี ซึ่งศาลตั้งวงเงินประกันไว้
    ที่หนึ่งล้านดอลลาร์
  219. เซ็นเช็คจ่ายได้ทันที
    และไม่ต้องอยู่ในห้องขังแม้วินาทีเดียว
  220. แต่ แซนดรา แบลนด์ ซึ่งตายในคุก
  221. ต้องถูกขังเพียงเพราะว่าครอบครัว
    หาเงิน 500 ดอลลาร์ มาวางศาลไม่ได้
  222. ที่จริงแล้วมีคนอย่าง แซนดร้า แบลนด์
    ครึ่งล้านคนอยู่ทั่วประเทศ --
  223. คน 500,000 คนซึ่งติดคุกในขณะนี้
  224. ต้องถูกขังเพียงเพราะ
    ไม่มีเงินประกันตัว
  225. เราถูกพร่ำบอกว่า
    เรือนจำเป็นที่สำหรับอาชญากร

  226. แต่ถ้าดูตามสถิติแล้ว ไม่ใช่เลย
  227. มี 3 คนในทุกๆ 5 คนในคุกขณะนี้
    ต้องถูกขังระหว่างพิจารณา
  228. พวกเขายังไม่ได้ถูกตัดสินว่า
    กระทำความผิดใดๆ
  229. พวกเขาไม่ได้รับสารภาพว่าทำผิดข้อหาใด
  230. และที่นี่เอง ในซานฟรานซิสโก
  231. 85 % ของผู้ต้องขังในคุกของเรา
    ในซานฟรานซิสโก
  232. เป็นผู้ต้องขังระหว่างพิจารณา
  233. ซึ่งหมายความว่า ซานฟรานซิสโก
    กำลังใช้เงินราว 80 ล้านดอลลาร์
  234. ทุกๆปี
  235. ในการขังระหว่างพิจารณา
  236. คนเหล่านี้ต้องอยู่ในคุกเพียงเพราะ
    ไม่มีเงินประกันตัว

  237. ทั้งที่โดนข้อหาเล็กน้อยมาก
  238. ขนาดที่ระยะเวลาที่ต้องติดคุก
    ในระหว่างพิจารณา
  239. นานกว่าโทษจำคุกตามคำพิพากษา
    หากผิดจริงเสียอีก
  240. ซึ่งก็แปลว่า พวกเขาจะได้
    ออกจากคุกเร็วขึ้นแน่
  241. เพียงแค่รับสารภาพ
  242. ดังนั้นทางเลือกที่มีก็คือ
  243. เราควรจะอยู่ในที่น่ากลัวนี้ต่อ
  244. อยู่ไกลจากครอบครัวและคนที่ต้องดูแล
  245. และแทบจะฟันธงได้เลยว่า
    ต้องตกงานแน่
  246. เพื่อสู้คดีหรือไม่
  247. หรือจะรับสารภาพในข้อหา
    ที่อัยการชงมา และไปให้พ้นจากที่นี่
  248. ณ จุดนี้ พวกเขาเป็นแค่
    ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณา ไม่ใช่อาชญากร
  249. แต่พอรับสารภาพ
    เรากลับเรียกพวกเขาว่าอาชญากร
  250. ทั้งที่คนรวยไม่มีทางเจอเหตุการณ์แบบนี้
  251. เพราะคนรวยจะได้ประกันตัวออกไป
  252. ถึงตรงนี้ คุณอาจจะสงสัยว่า

  253. "นายคนนี้ต้องมาพูดสร้างแรงบันดาลใจ
    แล้วนี่พล่ามอะไรอยู่ --
  254. (เสียงหัวเราะ)

  255. "เรื่องนี้น่าหดหู่ใจเหลือเกิน
    ฉันต้องการเงินคืน"

  256. (เสียงหัวเราะ)

  257. แต่ในความเป็นจริงแล้ว

  258. ผมคิดว่า การพูดเรื่องการขังคนจนนั้น
    หดหู่ใจน้อยกว่าเรื่องอื่นมาก
  259. เพราะผมคิดว่า หากเราไม่พูดถึงปัญหาเหล่านี้
  260. และถ้าเราไม่เปลี่ยนความคิด
    เรื่องคุกไปด้วยพร้อมกัน
  261. ในบั้นปลายชีวิตของเราทุกคน
  262. เราจะยังคงมีคุกที่เต็มไปด้วยคนจน
    ซึ่งไม่ควรจะอยู่ที่นั่น
  263. นั่นต่างหากที่ทำให้ผมหดหู่ใจ
  264. แต่ที่น่าตื่นเต้นสำหรับผม คือ
    เรื่องเหล่านี้สามารถดลใจเรา
  265. ให้คิดถึงการจำคุกในแง่มุมที่ต่างออกไป
  266. ไม่ใช่นโยบายที่ฟังแห้งแล้ง
    อย่าง "การจำคุกมวลหมู่ประชาชน"
  267. หรือ "การลงโทษจำเลยในคดีไม่ร้ายแรง"
  268. แต่ในแง่ความเป็นมนุษย์
  269. เมื่อเราจับมนุษย์ไปไว้ในกรง
    นานหลายวัน หลายสัปดาห์ หรือหลายเดือน

  270. หรือกระทั่งเป็นปีๆ
  271. เรากำลังทำอะไรต่อจิตใจ
    และร่างกายของคนคนนั้น
  272. ต้องตกอยู่ใต้เงื่อนไขใด
    เราถึงจะเต็มใจยอมทำเรื่องแบบนั้น
  273. ดังนั้น แม้แค่เริ่มต้นกับพวกเรา
    ไม่กี่ร้อยคนในห้องนี้
  274. เราก็อาจมุ่งมั่นนึกถึงการคุมขัง
    ในแง่มุมที่ต่างออกไปได้
  275. แล้วเราก็จะแก้ไขความคุ้นชิน
    ที่ผมพูดถึงไปก่อนหน้านี้ได้
  276. ถ้าผมจะฝากอะไรก็ตามในวันนี้
    หวังว่าจะเป็นความคิด

  277. ว่าหากเราอยากให้สิ่งใด
    เปลี่ยนแปลงตั้งแต่รากฐาน --
  278. ไม่ใช่แค่เพื่อปฏิรูปนโยบายประกันตัว
    ค่าปรับและค่าธรรมเนียม
  279. แต่เพื่อให้มั่นใจได้ว่า
    นโยบายใหม่ใดๆ ที่จะมาแทนที่
  280. จะต้องไม่ลงโทษคนยากจนและคนชายขอบ
  281. หากเราอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้
  282. การเปลี่ยนแปลงในกระบวนคิด
    คือสิ่งที่เราทุกคนต้องทำ
  283. ขอบคุณครับ

  284. (เสียงปรบมือ)